เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เหตุจากการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ด้วยมติ 5 ต่อ 4 ผลที่ตามมา ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่
เมื่อนายกฯ ต้องพ้นจากเก้าอี้ เท่ากับการเมืองต้องสะดุดอย่างรุนแรง
ต้องมาเลือกนายกฯ กันใหม่ ต้องมาจัดรัฐบาลกันใหม่
คงต้องใช้เวลากันอีกไม่น้อย
แน่นอนว่า คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นบทเรียนสำหรับทุกรัฐบาลในการคัดสรรผู้มาเป็นรัฐมนตรี
แต่ในทางการเมือง ปัญหารัฐมนตรีเพียงคนเดียว กลายเป็นการพังทลายทั้งรัฐบาล เป็นเรื่องที่น่าขบคิดอย่างมาก!?!
ตอนนี้มีการนำรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่างๆ มากาง พร้อมบทวิเคราะห์หลายๆ แง่มุม
พูดถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล พูดถึงลุงป้อม
เอาเข้าจริงๆ แล้ว เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยที่มี 141 เสียง คงไม่ปล่อยให้เก้าอี้นายกฯ ไปอยู่กับพรรคอื่นแน่ๆ!!
141 เสียงของเพื่อไทย ยังเหนือกว่าภูมิใจไทยของเสี่ยหนูที่มี 71 เสียง ยังเหนือกว่าพลังประชารัฐของลุงป้อมที่มี 40 เสียงอย่างมาก
เชื่อว่าเพื่อไทย ต้องยึดเก้าอี้นายกฯ เอาไว้ต่อ!
ขณะเดียวกัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เศรษฐาหลุดจากเก้าอี้
ความห่วงใยของนักธุรกิจการค้าก็คือ การเมืองสะดุด เศรษฐกิจที่อาจจะโงหัวขึ้นมาได้ ก็คงย่ำแย่ต่อไปอีก
ความเชื่อมั่นของประเทศไทย ในสายตานักลงทุนทั่วโลก ก็คงตกต่ำดำดิ่ง
ยิ่งกว่านั้น สำหรับชาวบ้าน ถามกันทันทีว่า แล้วดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ลงทะเบียนกันไป 20-30 ล้านคนแล้วนั้น จะเป็นเช่นไร!?
ที่ว่าจะแจกแน่ในปลายปีนี้ จะไปต่อได้หรือไม่
วุ่นวายอลหม่านกันไปหมด ทั้งทางการเมือง และทั้งปากท้องประชาชน
หวังว่าพรรคเพื่อไทยที่ยังน่าจะเป็นแกนหลักในการตั้งรัฐบาล ควรเร่งเจรจาจัดรัฐบาลใหม่ให้ลงตัวโดยเร็ว
แนวโน้มก็คงจะยืนขั้วเดิมอยู่ต่อไป ยังต้องมีภูมิใจไทย มีพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ
อาจจะต้องถกเถียงกันหนักคือ พรรคพลังประชารัฐหรือประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องดูกันต่อไป
ส่วนพรรคประชาชนหรืออดีตก้าวไกลนั้น อย่าได้ไปวิเคราะห์จับโยงอะไรเลย ถึงอย่างไรก็คงไม่มาร่วมจับมือกับขั้วนี้แน่!!
วงค์ ตาวัน