ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิ์รับเงิน 1 หมื่นบาทเฟสแรก พากันยิ้มแย้มแจ่มใสตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกที่เริ่มแจกจ่ายเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รวมทั้งกลุ่มผู้พิการ
โดยเฟสแรกนี้ ผู้มีสิทธิ์รับเงิน 1 หมื่นบาท จำนวน 14.5 ล้านคน ที่จะได้หายใจหายคอคล่องขึ้น ภายใต้สภาพความฝืดเคืองมายาวนาน
แน่นอนว่า เพราะความจำเป็นเร่งรีบของรัฐบาล ต้องแจกจ่ายเงินก้อนแรกภายในเดือนกันยายนนี้ ก่อนหมดปีงบประมาณ 2567
ประกอบกับเกมการเมือง เล่นเกมไม่สนผลกระทบชาวบ้าน เล่นงานนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นตำแหน่ง ทำให้รัฐบาลสะดุดหยุดชะงักไปนับเดือน
ลงเอยจึงต้องปรับการแจกเงิน 1 หมื่น ต้องแจกเป็นเงินสด
ดังนั้นเฟสแรก จะไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายเงิน 1 หมื่นได้ เป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จึงยังไม่ได้ผลมากนัก!!
พูดง่ายๆ ว่า ประชาชนดีอกดีใจแฮปปี้ ได้เงินมาใช้จ่ายตามความจำเป็นเฉพาะหน้า
แต่ผู้ประกอบการร้านค้า พอจะได้ยิ้มแย้มบ้างนิดหน่อย
ชาวบ้านที่มีกำลังเงิน ส่วนหนึ่งก็เข้าร้านค้าซื้อข้าวปลาอาหาร แต่อีกส่วนก็ไปใช้หนี้ ไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ อะไรต่อมิอะไร!
ไม่ตรงเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจเต็มที่นัก
ถ้าหากเงินทั้ง 1 หมื่น ในมือประชาชนเฟสแรกกว่า 14 ล้านคน นำไปซื้อสินค้าซื้อข้าวของในระบบเศรษฐกิจเต็มๆ จะฉุดเศรษฐกิจโดยรวมได้มากโข!!
จึงคาดหวังกันว่า ในเฟส 2 ซึ่งจะแจกจ่ายให้ประชาชนส่วนที่เหลือ นอกเหนือจากกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ
ภายใต้เงื่อนไข มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เงินเดือนไม่เกิน 7 หมื่น มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 5 แสนบาท
น่าจะมีอีกประมาณ 30 ล้านคน!!
ส่วนนี้คงต้องรอถึงต้นปีหน้า ที่ล่าช้าเพราะรัฐบาลต้องการให้ระบบดิจิทัลวอลเล็ตสำเร็จเสร็จพร้อม
ถ้าหากแจกจ่ายผ่านดิจิทัลวอลเล็ตได้แท้จริง คราวนี้จะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นพายุหมุนได้แน่นอน
คราวนี้จะแฮปปี้ทั้งชาวบ้านที่ได้รับเงิน ผู้ประกอบการร้านค้าจะแจ่มใสกันถ้วนหน้า
เอาเป็นว่าต้องอดทนรอกันอีกนิด จะได้สิทธิ์รับเงิน 1 หมื่น ได้ใช้เงินในระบบที่เป็นอนาคตของสังคม นั่นคือไปสู่ยุคไม่ใช้เงินสด
ทั้งเป็นการจับจ่ายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวครั้งใหญ่ไปพร้อมๆ กัน
ถ้าลุล่วงตามนี้ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลเพื่อไทย จะได้ผลตามเป้าหมาย ได้เก็บภาษีเข้ารัฐทดแทนเงินที่แจกไป
รวมทั้งตามเป้าทางการเมือง หวังกระตุ้นคะแนนนิยมครั้งใหญ่!!
วงค์ ตาวัน