วันที่ 30 กันยายนของทุกปี เป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ และเป็นวันเกษียณอายุของข้าราชการที่อายุครบ 60 ปี เป็นวันอำลาตำแหน่ง เป็นวันกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน
สำหรับวงการตำรวจ ที่มีกำลังพลกว่า 2 แสนนาย มีปืนมีอำนาจมีกฎหมาย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน
30 กันยายนนี้ หัวหน้าองค์กรสีกากี คือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ครบเกษียณ!
ปีนี้ไม่สามารถแต่งตั้งผบ.ตร.ใหม่ เพื่อมารอรับช่วงล่วงหน้า โดยปกติจะต้องประชุมแต่งตั้งกันตั้งแต่เดือนสิงหาคม กันยายน เพื่อรับเก้าอี้แทนในวันที่ 1 ตุลาคม
เพราะติดประเด็น กฎก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งโยกย้าย พ.ศ.2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมเป็นต้นไป
ทำให้ไม่สามารถแต่งตั้งใครได้ จนกว่าจะเข้าสู่เดือนตุลาคมแล้ว!!
ขณะที่ฝ่ายทหาร บรรดาผบ.เหล่าทัพ มีการแต่งตั้งล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว
แวดวงราชการอื่นๆ เช่นมหาดไทย ก็แต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานกันไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้านับองค์กรใหญ่ๆ ก็มีแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินี่แหละ ที่ยังไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้าองค์กรล่วงหน้า
เอาเป็นว่าหลัง 3 ตุลาคม เมื่อกฎก.ตร.ใหม่มีผลบังคับใช้ จึงจะเริ่มขยับการแต่งตั้งได้
แต่ก็นั่นแหละ ยังไม่มีการขยับจากนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ผู้เป็นประธานก.ตร. เพื่อเตรียมเลือกเฟ้นผบ.ตร.ใหม่ จึงมีแนวโน้มว่าคงไม่รวดเร็วนัก!!
อย่างไรก็ตาม งานขององค์กรตำรวจก็เดินหน้าไปได้ โดยตั้งรักษาการผบ.ตร. มาทำหน้าที่แทนบิ๊กต่อ ที่ต้องอำลาไปในวันที่ 30 กันยายน
มีคำสั่งออกมาเรียบร้อยแล้ว
ตั้งพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร.อาวุโสสุด เป็นรักษาการผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
คาดหมายว่า คงจะให้บิ๊กต่ายรักษาการผบ.ตร.ไปเรื่อยๆ ก่อน เพื่อดูฝีมือ ดูความเหมาะสม!!
ในขณะเดียวกัน สำหรับพล.ต.อ.รายอื่นๆ ที่มีสิทธิ์เข้าชิงตำแหน่งผบ.ตร.ได้ นอกจากพล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. แล้ว
ยังมีพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผบ.ตร.อาวุโสสุด ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็น รักษาการรองผบ.ตร. ตั้งแต่ 20 พฤษภาคม
หลังวันที่ 3 ตุลาคม ที่เริ่มแต่งตั้งตำรวจได้ คาดว่าจะมีผลให้พล.ต.ท.ประจวบ เลื่อนเป็นรองผบ.ตร.เต็มตัว เป็นพล.ต.อ. มีสิทธิ์ชิงเก้าอี้ผบ.ตร.ได้
เท่ากับมีคู่ชิงผบ.ตร.ใหม่ เพิ่มขึ้นทันที กลายเป็น 4 แคนดิเดต
การแต่งตั้งผบ.ตร.ปีนี้ อาจจะมีทั้งม้ามืดมาแรงแซงโค้ง รวมทั้งอาจใช้ตำรา ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ก็เป็นได้!?!
วงค์ ตาวัน