บรรยากาศทั่วประเทศไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความคึกคักในการรับเงิน 1 หมื่นบาท ตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เริ่มจากยุคเศรษฐา ทวีสิน และเดินหน้าต่อในยุคแพทองธาร ชินวัตร
ชาวบ้านแห่กันไปที่ธนาคารจนล้น ต่อคิวกดตู้เอทีเอ็มจนเงินเกลี้ยงตู้
ตำรวจต้องจัดสายตรวจมาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย
มีเหตุวุ่นวายอยู่ไม่น้อย เช่น คนสูงวัยกดเงินแล้วไม่ได้รับเงิน พอไปตรวจสอบกับธนาคารพบว่ามีบันทึกเงินออกมาแล้วหลังกด ตอนนี้ก็ต้องรอตรวจสอบกล้องว่าเงินออกมาจริงหรือไม่ และใครมาแอบหยิบไป
รวมทั้งลุงรับเงินแล้ว ต้องมานั่งเศร้า เพราะเงินหายระหว่างเดินทางกลับบ้าน จนมีสาวใจดีโพสต์ช่วยกันตามหากระเป๋าเงินของลุง ทำเอามีคนแห่ช่วยบริจาคให้ลุงอย่างล้นหลาม
นี่คือบรรยากาศจากปรากฏการณ์เงินหมื่นบาท!
สิ่งที่ตามมา หลังจากชาวบ้านรับเงิน 1 หมื่นก็น่าสนใจ
คนยากคนจนจำนวนมากน้ำตาไหล เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้จับเงินหมื่น บ้างก็เป็นครั้งแรกที่ได้เดินซื้อข้าวของในตลาดนัด เดิมทีก็ได้แค่ซื้อเล็กๆ น้อยๆ ในร้านชำใกล้บ้าน
บ้างก็รีบไปซื้อไข่ไก่ ซื้อข้าวสาร อาหารแห้งต่างๆ สำหรับคนในบ้านที่อดมื้อกินมื้อมายาวนาน!
บ้างก็ซื้อหวย ซื้อลอตเตอรี่หวังลุ้นโชคต่อยอด จำนวนไม่น้อยก็ใช้หนี้ที่สั่งสมเป็นดินพอกหางหมู
ที่เป็นข่าวมากมาย คือ ไปซื้อเหล้าดื่มฉลอง ขับรถตกคลอง ขับรถชนข้างทาง ไปจนถึงเมาเหล้าที่ฉลองเงินหมื่น แล้วตีกันตาย!?!
แน่นอนว่า เมื่อแจกเป็นเงินสด ก็เลยควบคุมเป้าหมายการใช้จ่ายไม่ได้ เป็นเรื่องที่คาดอยู่แล้วว่า จำนวนไม่น้อยจะนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์ ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในช่วงแรกที่รัฐบาลเศรษฐา พยายามจะทำให้เป็นดิจิทัลวอลเล็ตเต็มรูปแบบ ท่ามกลางการต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนั้น
เป้าหมายชัดเจนว่า ถ้าเป็นดิจิทัลวอลเล็ต การใช้จ่ายจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง จะต้องซื้อสินค้าที่จำเป็น ในร้านค้าที่อยู่ในระบบ ทำให้รัฐได้ภาษีคืน และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพายุหมุน
แต่เมื่อโดนเกมการเมืองทำลาย จนเศรษฐาพ้นเก้าอี้ อุ๊งอิ๊งมารับหน้าที่แทน ก็อยู่ในภาวะที่ล่าช้าแล้ว ดังนั้นเฟสแรกจึงต้องแจกเงินสด ให้กลุ่มเปราะบางและคนพิการ!
แต่ก็มีชาวบ้านที่รับเงินสด 1 หมื่น แล้วนำไปซื้ออาหารและของจำเป็นเข้าบ้านดูแลครอบครัว
ไปซื้อโทรศัพท์มือถือก็ไม่น้อย ซึ่งอาจจะเอาไปเล่นพนันออนไลน์จนหมดตัว หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในอาชีพการงานยุคใหม่ที่ต้องใช้สมาร์ตโฟนก็คงมีพอควร
รวมทั้งนำเงินสดนี่แหละ ไปลงทุนฟื้นการค้าเล็กๆน้อยๆ ที่เคยทำ เพื่อสร้างอาชีพกลับมา
เงินเฟสแรก มีทั้งนำไปใช้ในทางเสพสุข อบายมุข และที่ซื้อของจำเป็น นำไปลงทุนเพื่อฟื้นกิจการเล็กๆน้อยๆ ของตนเอง ที่น่ายกย่อง!!
คงต้องรอดูเฟส 2 ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้า จะเข้าสู่ระบบดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อให้เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจรุนแรงจริงๆ
เอาเป็นว่าเฟสแรกทำให้คนไทยยิ้มแย้มเบิกบาน เพียงแต่ร้านค้ายังไม่ได้รับผลเต็มๆ และพายุหมุนยังไม่เต็มกำลัง!
วงค์ ตาวัน