ความรู้สึกเอือมระอาของประชาชนต่อบรรดานักร้องทางการเมือง นับว่าจะเพิ่มมากขึ้น เริ่มเบื่อหน่ายว่า ทำไมจะต้องร้องกันอย่างจุกจิก ทำให้รัฐบาลเสียเวลาในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติ
อย่างเรื่องล่าสุด ยื่นร้องว่านายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
ทั้งที่การตั้งนายกรัฐมนตรีและการตั้งรัฐบาลนั้น มีกรอบกำหนดชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญ
เริ่มต้น ใครจะเป็นนายกฯ ของพรรคการเมืองไหน จะต้องกำหนดเอาไว้ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ และต้องนำเสนอต่อประชาชน ตั้งแต่การหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง
สำหรับพรรคเพื่อไทย วางตัวแคนดิเดตนายกฯ เอาไว้ 3 ชื่อ ใส่ชื่อตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง
เมื่อเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยก็เหลือ แพทองธาร ชินวัตร กับชัยเกษม นิติสิริ จะไปตั้งใครอื่นนอกจากนี้ไม่ได้!
วันที่ 14 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนเศรษฐา
คืนวันนั้นแกนนำพรรคการเมือง เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่ไปพูดคุยอะไรกัน ไม่มีใครมีหลักฐานชัดเจน
ถ้าจะกล่าวหาว่า ทักษิณเรียกไปชี้นำสั่งการให้พรรคร่วมเลือกใครเป็นนายกฯ ก็ดูจะคลาดเคลื่อน!?
เพราะแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ที่เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าในคืนนั้นคือ นายชัยเกษม นิติสิริ
ขณะที่คืนวันนั้น ข่าวสะพัดว่า เพื่อไทยเตรียมดันชัยเกษม เป็นนายกฯ ต่อจากเศรษฐา
แต่พอรุ่งเช้าอีกวัน ที่ประชุมสส.ของเพื่อไทย มีมติเรียกร้องให้แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ
สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็เสนอชื่อแพทองธาร ให้ที่ประชุมสภาลงมติ โดยได้เสียงเห็นชอบอย่างท่วมท้น
เมื่อนายกฯ ที่ได้รับโหวตจากสภา คือ แพทองธาร โดยที่แพทองธารไม่ได้เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าในคืนนั้น
การกล่าวหาว่า ทักษิณเรียกแกนนำพรรคร่วมไปครอบงำสั่งการ จึงไม่ตรงข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับบุคคลที่อยู่ในบ้านจันทร์ส่องหล้าคืนนั้น!!
ประการต่อมา จะเป็นแพทองธาร หรือชัยเกษม เป็นนายกฯ ก็ตามที
เป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยอยู่แล้ว
เป็นไปตามกติการัฐธรรมนูญ
จำเป็นต้องให้ทักษิณมาครอบงำสั่งการหรือ!?
ชื่อแพทองธารและชื่อชัยเกษม ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว
ไม่ต้องมีใครมาครอบงำสั่งการหรอก อย่าไปตีความอะไรให้เสียเวลาอีกเลย!!
วงค์ ตาวัน