หลังจากนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เดินทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งแรก เมื่อ 7 ตุลาคม เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร. แต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งก็คือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
การทำหน้าที่ครั้งแรกของนายกฯ หญิง ได้รับคำชื่นชม เพราะเสนอชื่อบิ๊กต่ายขึ้นเป็นผู้นำสีกากี ถือว่าลงตัวที่สุด บรรดาก.ตร.ก็มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์!
ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เราจะได้เห็นนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ปรากฏตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นครั้งที่สอง
เพื่อประชุมแต่งตั้งระดับนายพล ตั้งแต่รองผบ.ตร.ลงไปถึงผบช. หรือพล.ต.อ.ลงไปถึงพล.ต.ท. หนนี้น่าสนใจว่า จะราบรื่นลงตัวอีกหรือไม่
จะได้เห็นการทำงานบริหารงานบุคคลร่วมกัน ระหว่างนายกฯ แพทองธารกับผบ.ตร.บิ๊กต่าย
แต่แน่นอนบัญชีรายชื่อ จะต้องนำเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน แล้วเอามากรองอีกรอบในก.ตร. ซึ่งจะโดนกรองอย่างเข้มข้น
เป็นยุคที่มีก.ตร.มือตรวจสอบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง
ขณะที่นายกฯ แพทองธาร เป็นลูกหลานตำรวจขนานแท้ ไม่ธรรมดาแน่นอน
โดยเฉพาะทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ รอบรู้ลึกซึ้งที่สุด แถมมีวิสัยทัศน์วงการตำรวจกว้างไกล ย่อมให้คำปรึกษาแบบไม่ครอบงำได้ทุกแง่มุม
วันก่อนไปปราศรัยหาเสียงที่อุดรธานี จะพบว่านายทักษิณเน้นย้ำว่า ยุคเพื่อไทย ยุคนายกฯ แพทองธาร
การโยกย้ายตำรวจจะไม่มีการเสียเงินเสียทอง และจะได้ตำรวจถูกคนตรงงาน เพื่อรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล !?!
ที่ทักษิณเน้นย้ำคือ ภารกิจเร่งด่วนของตำรวจยุคนายกฯ อุ๊งอิ๊ง คือ การปราบยาเสพติด
เมื่อตำรวจไม่ต้องเสียเงินโยกย้าย จะสามารถทุ่มเททำงาน รักษากฎหมาย คราวนี้พ่อค้ายาจะอยู่ไม่ได้
รวมไปถึงการปราบคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ ถือเป็นเรื่องสำคัญจริงจัง
คงต้องรอดูผลงาน การโยกย้ายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ จะได้ตำรวจมีฝีมือ เพื่อรับกับภารกิจด่วนได้จริงหรือไม่!?!
โดยเฉพาะระดับผบช.หน่วยหลัก ด้านปราบปรามหน่วยคุมพื้นที่ทั้งนครบาลและภูธร เครื่องจักรสำคัญ
ถ้าทำได้จริง ไม่ต้องทุ่มซื้อเก้าอี้ ก็ไม่มีการถอนทุนไม่ต้องรับส่วยจากธุรกิจผิดกฎหมาย
ตำรวจจะมุ่งทำงานได้จริงจังมากขึ้นแน่นอน
งานด้านยาเสพติด ด้านคอลเซ็นเตอร์ ภัยที่คุกคามสังคมไทยรุนแรงสุดในเวลานี้ ควรจะลดหดหายไป
ดังนั้นโปรดติดตามฝีมือจัดทัพนายพลสีกากียุคอุ๊งอิ๊งและบิ๊กต่าย
หวังว่าจะเป็นโผไร้ครหา เพื่อเร่งปราบยาเสพติดและภัยออนไลน์ให้ชาวบ้านได้จริง!!
วงค์ ตาวัน