การประชุมครม.สัญจรที่เชียงใหม่ของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร มีวาระสำคัญหัวข้อหนึ่ง คือการมอบนโยบายแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

เป็นการไปพูดเรื่องสำคัญที่กระทบคนในพื้นที่ภาคเหนือมาตลอด ซึ่งตอนนี้ตรงกับฤดูฝุ่นควันพีเอ็ม 2.5 แล้ว รวมทั้งที่ควบคู่กันคือไฟป่า

นายกฯ แพทองธาร เสนอมาตรการแก้ปัญหาแบบครบวงจร ใช้ความร่วมมือของทุกส่วน

ไม่ใช่แค่หน่วยราชการทุกหน่วยที่ต้องร่วมกัน แต่รวมถึงเอกชนด้วย

ต้องหาแนวทางทำให้เกษตรกร ไม่ต้องเผา!

ไม่ว่าจะเผาซังข้าวโพด อ้อย เผาไร่ โดยต้องมีการช่วยอุดหนุนให้จูงใจเกษตรกรให้ยุติวิธีการเผา

ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนาลิงก์ระบบตรวจจับฝุ่นควันและระบบแจ้งเตือนประชาชน

ไปจนถึงการควบคุมรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง และตรวจจับรถควันดำอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ถือว่าสุขภาพประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสุขภาพของนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องสำคัญสุด!

นอกจากนี้นายกฯ ยังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่านับพันคน ที่พร้อมปฏิบัติการเต็มที่ เพื่อดับไฟป่าทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและจากน้ำมือมนุษย์

เป้าหมายคือ ต้องลดควันและฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ให้มีลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากปีที่แล้วลดลงไปถึง 50%

ขณะที่นายกฯ และครม.เดินหน้ารับมือกับฤดูกาลไฟป่าและฝุ่นควันพีเอ็ม 2.5 ที่มาถึงแล้ว

ทางด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เปิดงาน “คิกออฟมาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568”

โดยประกาศคลี่คลายสถานการณ์ฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ในกรุงเทพมหานครและภาคเหนือที่วิกฤตมาตลอดทุกๆ ปี

ด้วยการใช้ปฏิบัติการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

ขณะนี้อยู่ในช่วงทดลอง โดยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นบินสำรวจสภาพอากาศ ทดลองนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหา

แม้ว่ารมว.นฤมล ยังไม่เปิดเผยเทคนิคใหม่นี้อย่างลงลึก

แต่ดูเหมือนจะมีข้อมูลน่าสนใจว่า จะมีการนำเครื่องบินฝนหลวง ขึ้นบินเหนือชั้นบรรยากาศที่เป็นชั้นความร้อน ซึ่งเป็นชั้นที่ปกคลุมฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 จนทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหว

จะใช้ปฏิบัติการเครื่องบินฝนหลวง ละลายชั้นบรรยากาศร้อนดังกล่าว เพื่อเปิดช่องให้ฝุ่นละอองไหลออกไป

เชื่อว่าถ้าได้ผลจริง จะเริ่มใช้มาตรการนี้อย่างเป็นทางการ

ท้องฟ้าเหนือกทม.และภาคเหนือ อาจจะพ้นสภาพขมุกขมัว ลดฝุ่นควันหรือปลิวหายไปหมดก็ได้!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน