ระยะหลังเราได้เห็นข่าวปฏิบัติการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตตามแนวชายแดน โดยหน่วยงานกสทช. ร่วมกับตำรวจ ลุยล้มเสาตัดคลื่นไวไฟ เพื่อไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีฐานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน สามารถใช้บริการข้ามแดนได้
โดยรัฐบาลจะจี้ไชหน่วยงานต่างๆ ให้เร่งหยุดยั้งแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ทุกวิถีทาง สกัดกั้นการหลอกลวงคนไทยให้ได้ผลโดยเร็ว
แต่หลังตัดสัญญาณไปทั่วทุกจุดชายแดน ฝ่ายแก๊งโจรไซเบอร์ก็ดิ้นรน
จากปฏิบัติการล่าสุดของ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย ร่วมกับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ว่าที่ผบช.สอท. พร้อมด้วยตำรวจ สอท. และเจ้าหน้าที่ กสทช. พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีย้ายฐานเข้ามาในไทยแทน!?
ทั้งนี้หลังจากกสทช.ใช้เครื่องมือไฮเทค สเปกตรัมอนาไลเซอร์ ตรวจพบการใช้อินเตอร์เน็ตมากจนผิดปกติในบางพื้นที่
พบรีสอร์ตร้าง กลางดอยใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดให้บริการในช่วงโควิด แต่มีการให้เช่าเหมาทั้งรีสอร์ต และมีคนต่างชาติเข้าออกอย่างผิดสังเกต
น่าสงสัยว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้น แล้วก็พบว่าใช่จริง ได้ตัวชาวจีน 9 คน และของกลางจำนวนมาก
พล.ต.อ.ณัฐธรระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาเมื่อกสทช. กับตำรวจ กวดขันจับกุมซิม เสาสัญญาณ สถานีโทรคมนาคม สายเคเบิลข้ามแดน ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในไทย
เพราะบ้านเรามีสัญญาณเน็ตเร็วสูงและเสถียร
การจับกุมครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อมูลว่า มีการย้ายเข้ามาในไทยแล้ว!
นอกจากแอบเหมาเช่ารีสอร์ตร้างแล้ว ยังมีวิธีปิดบังการใช้สัญญาณเน็ต ให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับได้ยากอีกด้วย
โดยลักลอบใช้ไวไฟของร้านกาแฟในย่านนั้น จนเจ้าของร้านพบผิดปกติ เชื่อว่ามีคนเข้ามาแอบใช้เน็ต
ปฏิบัติการของพล.ต.อ.ณัฐธรร่วมกับพล.ต.ท. ไตรรงค์ครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นการเคลื่อนย้ายของแก๊งวายร้ายออนไลน์!
โดยเมื่อตัดคลื่นตามแนวชายแดน ก็หลบเข้ามาในไทย เสียเลย
อาจยังมีอีกหลายแก๊งที่ลักลอบย้ายฐานเข้ามาซุ่มซ่อนอยู่ในไทยแล้ว
ดังนั้นจะต้องสแกนหาอย่างเข้มข้นต่อไป
ทั้งนี้พล.ต.อ.ณัฐธร ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่มีความผิดปกติ เคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้เน็ตมากผิดปกติ
สามารถแจ้งตำรวจ โทร.191 หรือ กสทช. โทร.1200
แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทย
หูตาของประชาชน มีประสิทธิภาพไม่แพ้เครื่องมือไฮเทค!
วงค์ ตาวัน