เมื่อมี 20 สส. พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยวิธีการขับออก ซึ่งทั้งหมดคงย้ายเข้ามาสังกัดพรรคกล้าธรรม ที่มีดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าและร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว
ทำให้ตัวเลขของสส.รัฐบาล มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ
รวมทั้งมีผลเพิ่มพลังให้เพื่อไทย เริ่มเสียงดังใส่พรรคร่วมบางพรรค!
ประมาณว่าเสียงสส.รัฐบาลอย่างเป็นทางการล่าสุด มีอยู่ 322 เสียง
โดยเพื่อไทยมี 141 ภูมิใจไทยมี 69 รวมไทยสร้างชาติมี 36 ประชาธิปัตย์ 25 ชาติไทยพัฒนา 10 ประชาชาติ 9 ชาติพัฒนา 3 ไทรวมพลัง 2 และพรรคเล็กอีก 3 เสียง ขณะที่พรรคกล้าธรรม เดิมมี 4 สส. ล่าสุดบวกอีก 20
เสียงสส.รัฐบาล จาก 302 จึงกลายเป็น 322 แล้ว!!
พอดูตัวเลขอย่างนี้ จะเห็นถึงสถานการณ์ภายในรัฐบาลได้ชัดเจนขึ้น
แม้จะมีการวิเคราะห์กันมาตลอดว่า หลังมีการเลือก 200 สว.เข้าสภา เกินครึ่งเป็นสว.สายมีน้ำเงิน ส่งผลให้ภูมิใจไทยใหญ่โตขึ้น
ถึงขั้นมองกันว่า ภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และเริ่มกดดันเพื่อไทย จนเริ่มวิเคราะห์ไปไกลว่า เริ่มแข็งข้อจนพร้อมแตกหัก!?!
แต่ถ้าดูตัวเลขจำนวนสส. พอจะมองออกว่า การแตกหักเป็นไปไม่ได้
เพราะถ้า 69 เสียงของภูมิใจไทยแยกออกไป เสียงที่เหลือของรัฐบาลก็ยังเกินครึ่งสภาสบายๆ!
หัก 69 ออก ยังเหลือ 253
โดยพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นั้น เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นกับเพื่อไทยแน่นอน
ที่สำคัญจำนวนสส.ทั้งสภาผู้แทนฯ ขณะนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 492 สส. กึ่งหนึ่งคือ 246 บวกลบแล้วยังเกินอยู่ 7 เสียง
ถึงเวลานั้นก็ยังมีสส.พรรคอื่นที่รอคิวจะเข้ามาร่วมอีก!!
ไม่ว่าจะพรรค 5-6 เสียง หรืออีกกลุ่มก้อนจากพปชร.
จึงมองได้ไม่ยากว่า ภูมิใจไทยยังไม่ไปไหนง่ายๆ อยู่ร่วมกับรัฐบาลเพื่อไทยต่อไปอย่างแน่นอน
อาจจะมีบทดุดันใส่กันบ้าง ก็แค่ตบจูบตามสูตรหนังไทย
เพียงแต่ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แสดงให้เห็นในขณะนี้ เป็นการเน้นย้ำว่า เพื่อไทยเป็นผู้นำรัฐบาล!
อำนาจต่อรองอยู่ที่เพื่อไทย ซึ่งมีเสียงรวมกับพรรคพันธมิตรอันเหนียวแน่น รวมแล้ว 253 เสียง
สูตรบวกลบคูณหารทางการเมืองเป็นเช่นนี้ อธิบายได้ว่าการเมืองจะเดินต่อไปอย่างไร!?
วงค์ ตาวัน