ในขณะที่รัฐบาล ต้องยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ให้เป็นวาระของอาเซียน ไม่ใช่แค่วาระประเทศเท่านั้น โดยนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร มอบหมายให้รมว.ต่างประเทศ เดินสายหารือกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทั้งอาเซียนช่วยกันหยุดการเผาไร่เผาป่าในแต่ละประเทศ เพราะเป็นต้นตอฝุ่นควันที่ไทยเราควบคุมไม่ได้ ต้องช่วยกันทั่วทุกชาติ

แต่ภายในบ้านเราเอง ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กันด้วย!

ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม จากการเผาป่าเผาไร่ต่างๆ จากรถยนต์ อะไรต่างๆ ต้องควบคุมหยุดยั้งให้ได้

อย่างเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ต้องรณรงค์ให้ลดการจุดธูปเทียนไหว้เจ้า การเผากระดาษต่างๆ เพื่อส่งเงินทองข้าวของไปให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ต้องลดน้อยลง หรือหาหนทางอื่นทดแทน

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ หน่วยงานตำรวจ ซึ่งมีสถานีตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ มีกำลังสายตรวจออกตรวจตราโจรผู้ร้ายอยู่เป็นประจำ

เป็นอีกหน่วยสำคัญที่สามารถช่วยควบคุมป้องกันปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ด้วย!!

วันก่อน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกหน่วยเพิ่มมาตรการเข้ม ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมาย

ให้ใช้ 4 มาตรการ เพื่อลดสาเหตุการก่อฝุ่นละลองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน

เริ่มจากรถ ให้ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่นำรถยนต์ที่มีลักษณะปล่อยมลพิษควันดำมาใช้บนท้องถนน ออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษเกินกว่ามาตรฐาน !

โรงงาน ก่อสร้าง ให้ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการโรงงานที่มีลักษณะปล่อยมลพิษทางอากาศ และการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

ไร่ นา ป่า สวน ตำรวจต้องตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาป่า พืชไร่ และพื้นที่เพาะปลูกเพื่อทำการเกษตร และกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อีกมาตรการคือ ร่วมมือ

โดยให้ตำรวจร่วมกับกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน ในการสนับสนุนการดำเนินการทั้งด้านเครื่องมืออุปกรณ์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

สรุปรวม 4 มาตรการของผบ.ตร.คือ รถ-โรงงาน ก่อสร้าง-ไร่ นา ป่า สวน-ร่วมมือ

นอกจากนี้ยังประกาศถึงประชาชน หากพบเบาะแสก่อฝุ่นพิษ โทร. 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง!

จะว่าไปแล้ว การให้ตำรวจเข้าร่วมควบคุมป้องกันฝุ่นควันอันตราย น่าจะถูกต้องเหมาะสม

เพราะตำรวจต้องตรวจตราป้องกันเหตุอยู่ทุกท้องที่ทั่วทุกพื้นที่ คงไม่ส่องแค่ผู้ร้าย

จากนี้ต้องสอดส่องการเผานั่นนี่ หรือโรงงานกิจการต่างๆ ว่าปล่อยควันดำอันตรายหรือไม่!?

ไปจนถึงรถราที่วิ่งไปมา ควันดำเกินไปไหม พร้อมกับประสานขนส่งเพื่อตั้งด่านตรวจควันดำไปด้วย

ศูนย์รับแจ้งเหตุต่างๆ ก็ต้องพร้อมรับแจ้งเบาะแสฝุ่นพิษอีกอย่าง

จากนี้ตำรวจคงต้องสวมบทมือปราบฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไปพร้อมๆ กันด้วย!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน