ฤทธิ์แผ่นดินไหว เมื่อ 28 มีนาคม ยังทำให้ประชาชนคนไทยหวาดผวากลัวเกิดซ้ำกันอยู่ แต่ยังมีพวกที่หวาดผวายิ่งกว่า ก็คือผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการก่อสร้างอาคารสำนักงานสตง. ที่พังถล่มกลืนชีวิตคนงาน รวมทั้งกลืนเงินงบประมาณกว่า 2 พันล้าน
กระบวนการก่อสร้างถูกต้องโปร่งใส ได้มาตรฐานหรือไม่ และบริษัทรับเหมาจีน มีนอมินี มีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังหรือไม่!?
ที่ต้องหวาดผวา ก็เพราะน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศว่า ต้องจริงจังกับการสอบสวนเรื่องนี้ แม้จะเกิดขึ้นกับตึกเดียว แต่เป็นภาพพจน์ของประเทศไทย
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาคำตอบ มาบอกกับประชาชนและทั้งโลกว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย
นายกฯ ย้ำด้วยว่า ตอนนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รับเข้ากระบวนการของดีเอสไอแล้ว!
ขณะที่พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า มี 3 ประเด็นที่ส่อว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ
1.การประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าวที่ใช้นอมินี
เท่าที่ดูจากงบการเงินที่เผยแพร่กันอยู่ บริษัทดังกล่าวขาดทุนมาตลอดและไม่มีการเสียภาษี
อีกทั้งมีการนำเงินของบริษัทไปให้กรรมการกู้จำนวน 2 พันล้านบาท แม้อำนาจที่แท้จริงจะให้ต่างชาติ 49% ไทย 51% แต่หากมองในลักษณะมีอำนาจครอบงำ จะเห็นในเรื่องของการบริหาร จึงต้องเข้าไปดู
ประกอบกับประเด็นสถานที่เดียวกัน กลุ่มคนเดียวกัน มีบริษัทในลักษณะนี้ 10 บริษัท ซึ่งต้องดูว่ามีการกระทำที่เป็นความผิดในพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว
หากพบมีมูลเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ สามารถให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนได้!
ประเด็นที่ 2 หากสินค้าไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ดีเอสไอมีอำนาจในการสอบสวน
3.การจัดซื้อจัดจ้าง ที่เรียกว่าฮั้วประมูล หากเกินกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ
เบื้องต้นเห็นว่าต่ำกว่าราคากลางเพียง 1% เท่านั้น ปกติการประมูลที่ไม่มีการแข่งขัน ควรต่ำกว่า 10-15%!!
ทางด้านดีเอสไอมีการขยับขับเคลื่อนทันที
โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมสรุปคดีนี้ โดยมีการพิจารณากฎหมาย 3 ส่วน
1.พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือการฮั้วประมูล 2.บริษัทเป็นกิจการร่วมค้า มีประเด็นข้อกฎหมายเรื่อง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 3.เรื่องเหล็กได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งสมอ.มีอำนาจรับผิดชอบ แต่ในคดีอาญา ดีเอสไอจะรับผิดชอบดำเนินการ
สรุปได้ว่ากำลังจะกลายเป็นคดีพิเศษ
ทั้งมีข้อน่าสงสัยว่า มีใครที่มีอิทธิพลเปิดทางให้บริษัทจีนเจ้านี้เข้ามารับงานไปทั่วเมืองไทย!
จับคำพูดของพ.ต.อ.ทวีที่ว่า มีการนำเงินของบริษัทไปให้กรรมการกู้ 2 พันล้านบาท
เป็นสัญญาณการตรวจสอบเส้นเงินว่าต่อไปถึงใคร!?!
วงค์ ตาวัน