ที่ไปประกาศกร้าวกลางห้องประชุมสภาว่า “ไม่เอากาสิโน” ทั้งที่การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องมีความชัดเจนแล้วว่า โครงการนี้คือ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่มีกาสิโนเพียงแค่ 10% แต่กลับใช้ภาษาเดียวกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับรัฐบาล
คือเอาประเด็นกาสิโนมาขยาย เพื่อกลบทับองค์ประกอบอื่นๆ ที่มีเป้าหมายสร้างแหล่งรายได้ทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ!?
นั่นบ่งบอกอะไรมากมาย และจะส่งผลทางการเมืองในอนาคตอย่างน่าจับตา
ที่น่าเห็นใจคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องเล่นบทคนกลางหย่าศึก อธิบายกับนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ยืนยันว่าภูมิใจไทยมีมติชัดเจน
ยืนยันสนับสนุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของรัฐบาล และย้ำด้วยว่าโครงการนี้ไม่ใช่กาสิโน
แต่คนที่พูดในสภาเน้นแต่กาสิโนนั้น สร้างปมประเด็นทางการเมืองที่ส่งผลให้โดนตอบโต้เอาคืนได้!?!
ที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยพยายามอธิบายคือ สนับสนุนนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของเพื่อไทยอย่างเต็มที่
รวมทั้งยืนยันว่า การเมืองยังเดินหน้าไปได้
ไม่มีการถอนตัว เพื่อนำไปสู่การยุบสภา!
โดยข้อเท็จจริงทางการเมืองแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีตัวเลขจำนวนสส. ซึ่งยังทำให้เพื่อไทยได้เปรียบ ภูมิใจไทยไม่สามารถถอนตัวแล้วทำให้รัฐบาลล่มได้
ดังนั้น ถ้าภูมิใจไทยถอนตัวจริง ก็ไม่ทำให้เกิดการยุบสภา!!
ตัวเลขชัดเจนว่า รัฐบาลมีไม่ต่ำกว่า 322 เสียง ขณะที่ภูมิใจไทยมี 69 เสียง
ถ้าภูมิใจไทยออกไป รัฐบาลก็ยังเหลือเกินกว่า 250 เสียง อีกทั้งเสียงสส.ในสภาวันนี้ไม่ถึง 500 เสียงแล้ว
ปัจจุบันสส.ในสภาเหลือแค่ 492 สส. ดังนั้นกึ่งหนึ่งของสภาคือ 246 เสียง
เท่ากับเสียงของรัฐบาล ถ้าตัดภูมิใจไทยออกไป ก็ยังเหลือพอสมควร!
ในแง่นี้เพื่อไทยเห็นว่า ภูมิใจไทยจะถอนตัวหรือไม่ ไม่สามารถกดดันต่อรองอะไรได้
เอาเข้าจริงๆ แล้ว ภูมิใจไทยทำให้รัฐบาลเดินหน้าไม่ถนัด นโยบายติดขัดได้ แต่ถึงที่สุดไม่สามารถกดดันต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาลได้
กรณีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ประกาศต่อต้านกาสิโนนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กดดันอะไรได้ ที่แน่ๆ คดีฮั้วสว.ยังเดินหน้าต่อไป
ต่อรองไม่ได้ ถอนตัวก็ไม่ทำให้ยุบสภาได้!
แต่น่าจะมีปรับครม. ซึ่งเป็นอำนาจในมือเพื่อไทยที่เหนือกว่า กดดันพรรคร่วมได้มากกว่า
คาดหมายว่า เพื่อไทยน่าจะใช้การปรับครม. กดดันไปที่กระทรวงสำคัญกระทรวงนั้นแน่นอน!
วงค์ ตาวัน