จากหนังสือลับของผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ส่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานการเคลื่อนไหวของบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนเชิงบังคับอดีตผู้สมัครสว.ในพื้นที่
ทำให้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ออกมาอธิบายว่า เป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตัวจริง ไปสอบสวนพยานอย่างเปิดเผยและถูกต้องตามกฎหมาย และพยานดังกล่าวให้ความร่วมมือเต็มที่ ไม่มีการขู่บังคับ
พร้อมกับเตือนว่า ดีเอสไอทำคดีนี้เป็นคดีพิเศษ โดยอำนาจตามกฎหมาย ใครก็ตามที่ขัดขวางกระบวนการทำงาน มีโทษถึงจำคุก
ทำให้เกิดประเด็นน่าสนใจว่า เกิดอะไรขึ้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ
ทำไมการทำงานของดีเอสไอ จึงโดนรายงานลับจากพื้นที่จังหวัดนี้
คำตอบจากพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. แกนนำกลุ่มสว.สำรอง ระบุว่า มีนักการเมืองในพื้นที่นี้เป็นแกนหลักในขบวนการฮั้วสว.ระดับประเทศ!
บอกด้วยว่า ขบวนการฮั้วที่มีคนในอำนาจเจริญเป็นหนึ่งในแกนหลักนั้น ยังมีทั้งข้าราชการหลายฝ่ายร่วมด้วย
มีการระดมคนไปสมัครคัดเลือกสว. บริหารจัดการแบ่งกลุ่มดูแลเป็นรายอำเภอ พร้อมค่าใช้จ่าย
*พล.ต.ท.คำรบย้ำว่า บิ๊กการเมืองในอำนาจเจริญ เป็นคนรวมโผเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อตัวการใหญ่ของขบวนการฮั้ว ว่าจะเลือกใครได้เป็นสว.*
นี่กระมัง ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อการทำคดีของดีเอสไอ จากพื้นที่นี้
เพราะเป็นเหมือนหนึ่งในต้นทางสำคัญของขบวนการฮั้วสว.นั่นเอง
ขณะเดียวกันฟังข้อมูลจากดีเอสไอก็พบว่า การลงสอบสวนพยานในพื้นที่อำนาจเจริญ มีอุปสรรคหลายด้าน
ดีเอสไอไม่ได้ลงไปบังคับพยาน หากแต่พยานโดนข่มขู่คุกคามจากฝ่ายปกปิดข้อมูลฮั้วสว.
การขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางหน่วยไม่ราบรื่น!?
หัวหน้าหน่วยราชการหน่วยหนึ่ง ทำอะไรไม่ได้มากนัก
เพราะ “ท่านรอง” ใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชา อะไรทำนองนั้น
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แม้จะมีอุปสรรค แต่ภาพรวมของคดีฮั้วสว. เหมือนเดินหน้าไปมาก!
พนักงานสอบสวนร่วมระหว่างกกต.กับดีเอสไอ มีมติสรุปคดีเอาผิดสว.ที่เข้าข่าย ในข้อหาความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งแล้ว
กำลังทยอยออกหมายเรียกมารับข้อหา
จากนั้นอีกสักระยะ สำนวนอาญาในส่วนของดีเอสไอก็จะสรุปตามมา ทั้งข้อหาฟอกเงินและอั้งยี่
ระหว่างนี้ เริ่มเห็นสว.สำรองที่อยู่ในบัญชี เริ่มลงวอร์มข้างสนาม เตรียมลงแทนตัวจริงกันอย่างคึกคักแล้ว!!
วงค์ ตาวัน