กระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะขอสลับกระทรวงมหาดไทยกับภูมิใจไทย มีแต่จะยิ่งแรงมากขึ้น จนมีแนวโน้มอย่างสูงมากว่า คงจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
โดยภูมิใจไทยก็คงจำเป็นต้องเลือกกระทรวงที่เหมาะสม เพื่อสลับสับเปลี่ยน
รองนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล คงต้องสลับไปนั่งเก้าอี้ที่เล็กลงกว่ามท.1 โดยคงฝืนได้ยาก และก็น่าจะเลือกการอยู่ร่วมรัฐบาลต่อไปมากกว่า!
โดยข้อเท็จจริงแล้ว จำนวน 69 สส.ของภูมิใจไทย เป็นตัวเลขที่อธิบายข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก เพราะ 69 หักออกจากจำนวนสส.รัฐบาล ที่มีไม่ต่ำกว่า 322 เสียง ไม่ได้ทำให้รัฐบาลล่มสลายแต่อย่างใด
ถึงอย่างไรก็เกินครึ่งสภา ที่เหลือสส.อยู่ 493 เสียง
ยิ่งพรรคกล้าธรรม พันธมิตรสำคัญของเพื่อไทย ค่อยๆ มีสส.เข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เพื่อไทยมั่นอกมั่นใจมากขึ้น!!
หนักกว่านั้น คดีฮั้วสว.ที่เดินหน้าไม่มีหยุดหรือสะดุด ลงเอยน่าจะทำให้สว.สีน้ำเงินต้องหลุดจากตำแหน่งกันระนาว
จำนวนสว.ที่จะโดนดำเนินคดี 138 ราย กับสำรองอีก 2 ราย
เครือข่ายสีน้ำเงินในสภาสูงคงถูกกวาดล้าง โดยกระบวนการดำเนินคดีที่หนักแน่นด้วยพยานหลักฐาน ซึ่ง จะส่งผลให้อำนาจต่อรองในสภาล่างวูบหายไปด้วย!?!
เพราะฉะนั้น การรุกฆาตเพื่อแลกเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทย จึงมีโอกาสสูง
การเจรจาปรับครม.ครั้งสำคัญ จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เพื่อไทยสามารถกดภูมิใจไทยจนอ่อนน่วม!
69 เสียงของภูมิใจไทย ยากจะเลือกทางแตกหัก หรือถอยออกไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะไม่สามารถทำให้รัฐบาลเพื่อไทยต้องล้มคว่ำ
มีแต่เจรจาขอกระทรวงที่เหมาะสม เมื่อต้องเสีย มหาดไทย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ยอมโดนตบแล้วกลับมาจูบกันใหม่ ก็คงต้องเป็นไป เช่นนี้!!
ที่สำคัญเพื่อไทยต้องการกลไกมหาดไทย เพื่อสร้าง ผลงานปราบยาบ้า พร้อมๆ กับอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ
เพื่อเป็นผลงานใน 2 ปีท้ายของรัฐบาล
ปราบยาบ้าให้ได้ ลดยาเสพติดให้เห็นผล มีโอกาสทำให้สำเร็จได้มาก เพราะไม่มีปัจจัยสลับซับซ้อน
เร่งประสานพม่าเพื่อจัดการแหล่งผลิตว้าแดง พร้อมกับกวาดล้างในประเทศ โดยต้องลงลึกถึงหมู่บ้าน ตำบล
พร้อมกับเร่งนำงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่หมู่บ้านต่างๆ เพื่อหวังให้เศรษฐกิจในประเทศกระเตื้องอีกทาง
เหล่านี้เป็นเป้าหมายของเพื่อไทย นำมาสู่การขอเก้าอี้มหาดไทยมานั่งเอง
การแลกเก้าอี้ใหญ่ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร คงใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว!!
วงค์ ตาวัน