หลังจากศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำคุก ลุงพล หรือนายไชย์พล วิภา ในคดีทำให้เด็กหญิงชมพู่ถึงแก่ความตาย โดยอุทธรณ์เพิ่มโทษเป็นจำคุก 26 ปี ปรับความผิดฐานเป็นเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และอำพรางศพ เพิ่มจากที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 20 ปี
ตามขั้นตอนแล้ว ยังมีโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้อีกชั้น คือศาลฎีกา
แต่ล่าสุดศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ลุงพลได้ประกันตัว ในระหว่างรอการสู้คดีในชั้นศาลฎีกา
วันนี้ต้องไปนอนในเรือนจำแล้ว
โดยกรมราชทัณฑ์เพิ่งย้ายลุงพลออกจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ไปยังเรือนจำกลางนครพนม เนื่องจากโทษจำคุกสูงเกินกว่า 20 ปี
ทั้งนี้คำสั่งศาลฎีกาที่ไม่ให้ประกันตัวระบุว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อสังคม เป็นการลงโทษสถานหนัก เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี!!
ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ลุงพลยังมีโอกาสจะได้ประกันตัวออกมาอีกหรือไม่
เพียงแต่วันนี้ มองในแง่ความเป็นธรรมต่อเด็กหญิงชมพู่ที่เสียชีวิตไป ก็ถือว่าจำเลยเริ่มชดใช้ความผิดแล้ว
นั่นคือ แม้ยังอยู่ระหว่างรอการต่อสู้คดีในชั้นฎีกา แต่ก็ต้องไปนอนในเรือนจำเรียบร้อยแล้ว!
ทั้งหลายทั้งปวง ต้องยกเครดิตให้ตำรวจชุดทำคดี ซึ่งแสวงหาพยานหลักฐานจนครบถ้วนเป็นวิทยาศาสตร์
โดยเฉพาะเส้นผมของเด็กชมพู่ ซึ่งคนร้ายหั่นออกมาเป็นกระจุกวางไว้ข้างศพ ตามแนวไสยศาสตร์ แล้วเส้นผมชุดนี้ไปตกอยู่ในรถของลุงพล!!
นิติวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ว่า เส้นผมที่พบในรถลุงพล เป็นชุดเดียวกันกับที่หั่นทิ้งไว้ข้างศพ เพราะองศาจากของมีคมที่ตัดหั่นเส้นผมนั้นตรงกันเป๊ะ
เป็นไปได้มากว่า เมื่อหั่นเส้นผมของน้องชมพู่มาวางไว้ข้างศพ อาจจะมีส่วนหนึ่งติดเสื้อผ้า แล้วมาตกในรถ
นี่จึงเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ตำรวจสามารถยืนยันว่าคนที่นำร่างน้องชมพู่ไปวางไว้บนภูเหล็กไฟ ต้องเป็นลุงพล
เพราะเส้นผมจากกระจุกนั้น มาตกในรถด้วย!
พยานหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ มีน้ำหนักทำให้ศาลเชื่อ และตัดสินลงโทษลุงพล
ถ้าไปถามตำรวจชุดทำคดี เบื้องหลังความสำเร็จของการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ อะไรที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด
คำตอบคือกระแสโซเชี่ยล ที่ในขณะนั้นหลงใหลลุงพล กลายเป็นเซเลบ มีแฟนคลับหนาแน่น ทำให้ตำรวจทำคดียาก และถูกกระแสโซเชี่ยลรุมกระหน่ำ
กระแสโซเชี่ยลมีข้อดี เป็นพื้นที่ของประชาชนวงกว้าง ใครปิดกั้นไม่ได้
แต่ถ้าไม่ระมัดระวัง ไม่ยึดข้อเท็จจริง ไม่มีสติ กระแสโซเชี่ยลก็ก่ออุปสรรคมากมาย ก่อกระแสโจมตีข้อเท็จจริงจนผิดเพี้ยน
ไม่ว่าจะคดีลุงพล คดีเกาะเต่า รวมทั้งคดีแตงโมด้วย!!
วงค์ ตาวัน