กระแสร้อนแรงในสังคมไทยท่ามกลางสถานการณ์ไทยกับกัมพูชานั้น ฝ่ายที่เคลื่อนไหวด้วยอารมณ์รักชาติ แสดงออกอย่างถึงไหนถึงกันเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ดำเนินการกันอย่างเข้มข้นจริงจังอย่างมาก อย่างเช่น บทบาทของ “กัน จอมพลัง” ซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าเป็นผู้นำมวลชนคนรักชาติอย่างสุดจิตสุดใจ

คนจำนวนมากในสังคมยอมรับนับถือ ยกย่องเป็นฮีโร่ในการต่อกรกับเขมร

ดังนั้น เมื่อถึงจุดที่การเคลื่อนไหวของ “กัน จอมพลัง” เริ่มมีคนรู้สึกห่วงใยว่าจะล้ำเส้นเกินไป ต้องออกมาท้วงติง

ดังกรณี อังคณา นีละไพจิตร ออกมาเตือนว่า การเปิดเสียงรบกวนเพื่อกดดันชาวกัมพูชานั้น จะโดนฝ่ายกัมพูชานำไปร้องต่อยูเอ็น แล้วเราอาจจะเสียเปรียบในทางการเมืองระหว่างประเทศ

เท่านั้นแหละ กระแสคนรักชาติก็ฮือกันเข้าถล่ม “อังคณา” แทบจมธรณี!!

อันที่จริง ถ้ามองเหตุการณ์นี้อย่างใจเย็น ก็จะเข้าใจได้ว่า ที่เขาติติงอะไรนั้น ก็มีที่มาที่ไป ด้วยไม่อยากให้ฝ่ายไทยเราเพลี่ยงพล้ำในเวทีการเมืองโลก

นักสิทธิมนุษยชน ก็มีมุมมองที่ห่วงใยประเทศชาติเช่นกัน

เพียงแต่ว่าเมื่อไปกระทบกับความเคลื่อนไหวของฝ่ายคนรักชาติ ก็เลยเกิดอารมณ์เดือดดาล

เหตุการณ์นี้ แน่นอนว่า กัน จอมพลัง ทำด้วยจิตใจทุ่มเท ด้วยความรักชาติรักอธิปไตยอย่างสูง!

แต่ฝ่ายอังคณา เขาก็เห็นปัญหาในมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน จึงสะกิดเตือน

ถ้ามองอย่างใจเย็น ก็จะเห็นว่า กัน จอมพลังกับอังคณา ต่างก็รักชาติ โดยมีมุมมองตามบทบาทของตัวเอง!!

ทุกสังคมโลก จำเป็นต้องมีนักสิทธิมนุษยชน เพื่อปกป้องผู้คนที่ไม่มีสิทธิไม่มีเสียง

อังคณา เป็นคนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนมาตลอดชีวิต มีเส้นทางชัดเจน

ที่พิสูจน์ตัวตนได้อย่างหนึ่ง คือ เหตุการณ์ทนายสมชาย นีละไพจิตร ผู้เป็นสามีถูกกระทำให้สูญหาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐ

จะเห็นได้ว่าพยายามต่อสู้ทวงความเป็นธรรม โดยเดินตามหลักยุติธรรม ต่อสู้ทางกระบวนคดี ไม่ได้ใช้อารมณ์เคียดแค้น

ไปจนถึงต่อสู้เพื่อให้ออกกฎหมายเพื่อป้องกันการอุ้มฆ่า เพื่อปกป้องคนทั่วทั้งสังคมไม่ให้เป็นเหยื่ออีก

อันนี้จะเห็นได้ชัดว่า เป็นนักสิทธิมนุษยชนที่อยู่บนหลักการจริงๆ

ขนาดลงสมัครเพื่อเข้ามาเป็นสว. ก็ได้รับเลือกเข้ามาเพราะเป็นที่ยอมรับในบทบาทการทำงาน

ไม่ได้เป็นสว.ในขบวนการฮั้วแต่อย่างใด

เรื่องขัดแย้งที่เกิดขึ้น ควรว่าต่างคนต่างรักชาติคนละบทบาทมากกว่า!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน