ทั่วทั้งสังคมไทยได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังสำนักพระราชวังได้ออกประกาศเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม
รัฐบาลได้ออกแนวทางปฏิบัติในการถวายความอาลัย
โดยให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ไว้ทุกข์ด้วยการแต่งกาย 1 ปี
ประชาชนทั่วไปขอให้ร่วมมือแต่งสีดำ หากแต่งดำไม่ได้ก็ขอให้โทนสีไม่ฉูดฉาด ถวายพระองค์ 90 วัน
นอกจากนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจบันเทิง สถานบันเทิง และสถานบริการต่างๆ งดหรือลดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเป็นระยะเวลา 30 วัน
สำหรับพสกนิกรคนไทยแล้ว นับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ประชาชนคนไทยทุกถิ่นที่ ต่างรับทราบข่าวด้วยความโทมนัส
โศกสลดต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยครั้งนี้กันถ้วนหน้า
ดังนั้นจึงพร้อมใจกันปฏิบัติตามแนวทางถวายความอาลัยที่รัฐบาลประกาศออกมา
โดยในช่วงปลายปีเช่นนี้ เป็นช่วงเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
จึงต้องร่วมกันพิจารณาจัดงานในเทศกาลอย่างเหมาะสม โดยยึดหลักทำกิจกรรมตามประเพณี ลดการบันเทิงรื่นเริงอย่างเข้มงวดในระยะ 30 วัน!
อย่างเช่น งานลอยกระทง ซึ่งจะตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ในแง่การสืบสานประเพณี การจัดกิจกรรมเพื่อเคารพต่อสายน้ำลำน้ำ ก็คงจัดได้
เพราะเป็นเรื่องความหมายอันดีงาม
พร้อมกับร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระพันปีหลวงไปพร้อมกันภายในกิจกรรมงานลอยกระทงด้วย!
แต่ที่เป็นมหรสพรื่นเริงอึกทึกครึกโครม คงต้องละเว้น
กล่าวได้ว่าลอยกระทงปีนี้ คงมีงานที่เน้นด้านวัฒนธรรมประเพณีอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกัน มีการเตรียมจัดงานคอนเสิร์ตระดับโลก นำมาแสดงในบ้านเรา ช่วงท้ายปี ก็คงต้องมีการประสานกับหน่วยงานรัฐบาล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกันต่อไป
โดยกิจกรรมงานเทศกาลต่างๆ ที่เตรียมจัด เมื่อพ้นช่วง 30 วันแรกแห่งการถวายความอาลัย ก็อาจได้รับการพิจารณาให้สอดคล้องกับบรรยากาศ
ยังรวมถึงสถานบันเทิง ธุรกิจบันเทิง ซึ่งเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ เคานต์ดาวน์
ควรจะต้องหารือกับหน่วยงานรับผิดชอบ กำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของคนไทย
ก็คงเป็นช่วงการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่อยู่ในบรรยากาศเหมาะสมพอดี กับการถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง
วงค์ ตาวัน