วงล้อเศรษฐกิจ : การใช้โรบอตเทรด

บมจ.ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

ในยุคนี้มีกระแสการพูดถึง “การใช้โรบอตเทรด” มากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าเริ่มมีทั้งกองทุนและโบรกเกอร์พัฒนาโรบอตขึ้นมาเพื่อเทรดหุ้นและอนุพันธ์ โดยจ้างวิศวกรการเงินมาเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์หรือโรบอตเป็นผู้ตัดสินใจซื้อขายเองได้ และการเทรดของโรบอตสามารถสร้างผลตอบแทนในการลงทุนได้สูง ขณะเดียวกัน ก็มีบางกระแสไม่เห็นด้วยและเริ่มมีการพูดว่า “การใช้โรบอตเทรด” ไม่ดีจริงเท่ากับ คนซื้อขายเอง

เราต้องมาดูกันว่าระหว่างความสามารถของคน กับความสามารถของโรบอต หรือ Artificial Intelligence (AI) ใครเทรดเก่งกว่ากัน

โดย นายสุทธิสิทธิ์ แจ่มดี รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจหลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ตีโจทย์ให้เห็นว่า ถ้านำคนที่เทรดเก่งกับโรบอตที่เทรดเก่งมา แล้วสังเคราะห์ศักยภาพของสองสิ่งนี้

พบว่าคนจะมีประสบการณ์ด้านปัจจัยพื้นฐานและมีการพัฒนาข้อมูลส่วนนี้ตลอดเวลา เข้าใจถึงภาวะการเปลี่ยนแปลง และรู้จักเพียงพอ 


ขณะที่โรบอตจะมีวินัยและทำตามแผนการลงทุนที่ถูกสั่งไว้ รวมถึงทำธุรกรรมได้ถูกต้องและแม่นยำกว่า มีความขยัน ไม่รู้จัก คำว่าเหนื่อย และมีความรวดเร็วว่องไวกว่าคนในการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วยคนหรือการเทรดด้วยโรบอต ก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยปัญหาของคน การเทรด จะถูกรบกวนและอาจเกิดปัญหาได้จากความโลภ ความกลัว ความไม่มั่นใจ เกิดการลังเล อีกทั้งยังเกิดอาการเหนื่อยล้า ไม่รอบครอบ ไม่มีวินัย

ส่วนโรบอตอาจมีปัญหา เช่น ความเก่า ระบบล่ม ไฟดับ ซึ่งก็ไม่สามารถทำอะไรได้

คนสามารถใช้เทคนิคเอาชนะโรบอตได้ เนื่องจากโรบอตไม่รู้ปัจจัยพื้นฐาน เพราะส่วนใหญ่คนจะเขียนโปรแกรม ให้โรบอตจดจำในรูปของกราฟ เทคนิเคิล และการตัดสินใจ ซื้อขาย 

จากจุดเด่นจุดด้อยของโรบอตดังที่กล่าวมาแล้ว จึงได้มีการคิดค้นพัฒนาหรือสร้างสมองกลขึ้นมาให้มีความทันสมัย มากยิ่งขึ้น โดย Mr.Geoffrey Hinton, Ph.D. ซึ่งมีความละเอียดกว่าระบบโรบอต โดยการทำให้โรบอตเกิดการเรียนรู้ และคิดแบบระบบเซลล์สมอง ซึ่งจะส่งผลให้โรบอตทำงานหรือคิดได้ซับซ้อน และมีความฉลาดมากขึ้น