คอลัมน์ วงล้อเศรษฐกิจ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี

ภาคการเกษตรแม้มีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 10 ของ GDP ไทย แต่ 1 ใน 3 ของคนทำงานในประเทศหรือ 12.4 ล้านคน เป็นเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาค ดังนั้นสินค้าเกษตรจึงเป็นแหล่ง “สร้าง” และ “กระจาย” รายได้สู่ท้องถิ่น

โดยเฉพาะสินค้าเกษตรหลัก 5 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง กุ้ง มีมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท กระจายไปสู่เศรษฐกิจภูมิภาคในแต่ละปี

สินค้าเกษตร “ดาวรุ่ง” ที่มีแนวโน้มดีต่อเนื่องถึงปีหน้า คือ “อ้อย” เนื่องจากราคาน้ำตาลตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ปลายเดือนพ.ย. อยู่ที่ 19.8 เซนต์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากราคาเมื่อเดือนม.ค. 2559 และคาดหมายว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มที่ดีในปีหน้า

ด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งกำลังเป็น “ดาวเด่น” สินค้าเกษตรไทย เข้าสู่ภาวะผลผลิตฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากโรคตายด่วนระบาดเมื่อ 4 ปีก่อนทำให้ผลผลิต “กุ้งขาว” ลดลงกว่า 60% เราคาดว่าผลผลิตยังมีแนวโน้มสูงขึ้น 15% ในปีหน้า ส่วนราคากุ้ง ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากความต้องการของตลาดโลก กุ้งขาวจึงถูกคาดว่าจะ “รีเทิร์น” กลับมาสดใสอีกครั้ง

สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้ม “คัมแบ๊ก” หลังครองตำแหน่งดาวร่วงมาหลายปีอย่าง “ยางพารา” ซึ่งราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ราคาเฉลี่ยยางแผ่นดิบ ชั้น 3 อยู่ที่ 59.4 บาท/ก.ก. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 60% จากต้นปีที่ผ่านมา

ส่วนข้าว แม้ว่าราคาเริ่มปรับเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดใน รอบปี โดยเฉพาะราคาเฉลี่ยข้าวหอมมะลิ ทำสถิติราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทต่อตัน ถือว่าต่ำสุดในปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาปีหน้าอาจจะยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำต่อเนื่อง จากผลผลิตข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2559/60 ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกอย่าง เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน

ด้านสินค้าเกษตรที่ยังค่อนข้างน่ากังวลในปีหน้าคงหนี ไม่พ้น “มันสำปะหลัง” ซึ่งราคาลดลงต่อเนื่อง ผลจากจีนอนุญาตให้ใช้ข้าวโพดในประเทศเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ทดแทนมันสำปะหลังที่นำเข้าจากไทย ทำให้ราคาเฉลี่ยมันฯ สดคละลดลงจาก 2.2 บาท/ก.ก. ในปีก่อน ล่าสุดราคาเดือนพ.ย. ลดลงเหลือ 1.3 บาท/ก.ก. หรือลดลงกว่า 40% สวนทางกับปริมาณผลผลิตที่คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มขึ้นอีก 2.1% หรือคิดเป็นปริมาณ 31.2 ล้านตัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน