จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2

จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2
จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’ เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น2

จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2

‘คิง เพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2– นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ ของวงการนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย เมื่อเจ้าสัว “วิชัย ศรีวัฒนประภา” อภิมหาเศรษฐี ลำดับ 5 ของไทย ที่ถือครองทรัพย์สินกว่า 1.62 แสนล้านบาท เจ้าของอาณาจักร ‘คิง เพาเวอร์’ ธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) เสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่ประเทศอังกฤษ

อำนาจการบริหารงานในบริษัทจึงถูกเปลี่ยนมือ ตกทอดมายังลูกชายคนเล็ก “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของคิง เพาเวอร์ คนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ต้องพิสูจน์ฝีมือการสานต่ออาณาจักรดิวตี้ฟรีหลังสิ้นเจ้าสัว

จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2

โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ และท้าทายมากที่สุดของคิง เพาเวอร์ เนื่องจากสัมปทานการบริหารพื้นที่ดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่คิง เพาเวอร์ครอบครองมานาน 14 ปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 27 ก.ย.2563

บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ในฐานะเจ้าของสนามบินออกมาบอกว่า ทอท. มีแนวคิดที่จะนำพื้นที่ดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ของทั้ง 4 สนามบิน ที่กำลังจะหมดสัญญาลงอีก 2 ปี ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 53,000 ตารางเมตร มารวมเป็นแพ็กเกจเดียวกันกับพื้นที่ดิวตี้ฟรีและเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งที่พื้นที่ราว 18,000 ตารางเมตร

ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมลงนามในสัญญาจ้าง ออกแบบ กับกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก หรือ “กลุ่มดวงฤทธิ์ บุนนาค” มารวมกันเป็นสัญญาเดียว เพื่อเปิดประมูลพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งจะมีพื้นที่ขนาดมหึมา รวมกว่า 70,000 ตารางเมตร

ในเดือนธ.ค. ทอท.จะนำเสนอร่างเงื่อนไขการประกวดราคาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ เสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.พิจารณาอนุมัติ และเร่งเปิดประมูลให้ทันภายในปีนี้ เพื่อให้เอกชน มีเวลาเข้ามาปรับปรุงหรือก่อสร้างร้านค้า ก่อนเปิดบริการจริง

 ต้องจับตามองว่า คิง เพาเวอร์ จะสามารถถือครองสิทธิ์สัมปทานร้านค้า ดิวตี้ฟรีภายในสนามบินสุวรรณภูมิทั้งเก่าและใหม่ ได้ต่อไปอีกหรือไม่

ด้านกองทัพเรือเจ้าของท่าอากาศยานอู่ตะเภา ก็ออกมาประกาศว่า วันที่ 7 พ.ย.นี้ ที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนที่สนใจเข้ายื่นซองประกวดราคาชิงพื้นที่ ร้านค้าดิวตี้ฟรีและร้านค้าปลีก ภายในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ หรือหลังที่ 2 ซึ่งพื้นที่รวม 2,000 ตารางเมตร วงเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท สัมปทาน 10 ปี อีกด้วย

งานนี้คงต้องรอลุ้นผลกันในช่วงปลายปีนี้ว่า ทายาทคิง เพาเวอร์จะรุกคืบธุรกิจ ดิวตี้ฟรีได้สำเร็จหรือไม่

อย่างไรก็ตามครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่าน เนื่องจากมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่หลายรายท้าชนแย่งชิงสัมปทาน ทั้งทุนจากต่างประเทศ และทุน ในไทยเอง ขณะนี้เปิดตัวแล้วมีมากถึง 7 ราย ที่ตบเท้าเข้ามาซื้อซองประกวดราคาเรียบร้อย

ประกอบไปด้วย 1.บริษัท เซ็นทรัล ดีเอฟเอส คอนซอร์เตี้ยม จำกัด กิจการร่วมการงานระหว่างบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และดีเอฟเอส เวนเจอร์ สิงคโปร์

2.บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) จำกัด คู่ปรับเก่าสัญชาติเกาหลีที่อกหัก มาตลอด

3.บริษัท บางกอกแอร์เวย์ส โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่วันนี้เบนเข็มมาสู้ศึกดิวตี้ฟรีด้วย หลังจากธุรกิจการบินมีมาร์จินต่ำลง จากการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมตั้งเป้าภายใน 3 ปี (2561-2563) จะปั๊มรายได้ธุรกิจดิวตี้ฟรี 5% ของรายได้รวม

4.บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด

5.บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้รับสัมปทานบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ร้านค้าและอาหารแบรนด์เนมภายในสนามบินดอนเมือง

6.บริษัท ซีเลค เซอร์วิส พาร์ทเนอร์ จำกัด

และ 7.บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้าเดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, แดรี่ ควีน, เบอร์เกอร์ คิง เป็นต้น

ก่อนหน้าที่เจ้าสัววิชัย จะเสียชีวิต ทายาทเจ้าสัวคนนี้ ในฐานะซีอีโอประกาศ กร้าวเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ธุรกิจใน 5 ปี (ปี 2560-2564) เตรียมเม็ดเงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท พัฒนาต่อยอดอาณาจักรดิวตี้ฟรี ให้มียอดขายสูงถึง 1.3-1.4 แสนล้านบาท

ตั้งความฝันดันคิง เพาเวอร์ ทะยานขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 5 ร้านดิวตี้ฟรีขนาดใหญ่ และดีที่สุดของโลก ขยับขึ้นจากปัจจุบัน ที่อยู่อันดับที่ 7 ของโลก ด้วยยอดขายราว 1 แสนล้านบาท

รวมทั้งมีแผนที่จะขยายร้านดิวตี้ฟรีขนาดใหญ่บนทำเลทอง ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในไทยเพิ่ม และยังมีแผนขยายสาขาไปยังต่างประเทศมากขึ้นด้วย

พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม ช็อปปิ้งออนไลน์ เพื่อต่อยอดการช็อปปิ้งของคนรุ่นใหม่ เสริมเขี้ยวเล็บและรักษาอาณาจักรดิวตี้ฟรีให้มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

สำหรับอาณาจักรคิง เพาเวอร์นั้น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2532-2537 นำร่องเปิดร้านค้าดิวตี้ฟรีแห่งแรกของเมืองไทย ที่อาคารมหาทุนพลาซ่า จากนั้นขยายธุรกิจเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันคิง เพาเวอร์ เป็นเจ้าของมีร้านค้าดิวตี้ฟรีในประเทศรวม 10 แห่ง โดย 6 แห่งอยู่ในสนามบินนานาชาติ ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินอู่ตะเภา

อีก 4 แห่งเป็นคอมเพล็กซ์อยู่ที่ถนนรางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต

รวมทั้งยังเป็นเจ้าของโรงละครอักษรา โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ คิง เพาเวอร์ กิจการร่วมค้าเอเชี่ยนฟุตบอลอินเวสต์เมนท์ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ สโมสร เอาด์-เฮเฟอร์เลเลอเฟิน (ประเทศเบลเยียม) และคิงเพาเวอร์ มหานครอีกด้วย

มาถึงตอนนี้ธุรกิจทั้งหมดส่งต่อมาให้ ‘อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา’ แม้ที่ผ่านมาเจ้าสัววิชัย จะค่อยๆ ผ่องถ่ายงานบางส่วนให้ลูกชายดูแลอยู่แล้ว และพิสูจน์ฝีมือว่าเป็น ‘ลูกไม้ใต้ต้น’ คนหนึ่งเหมือนกัน

แต่เมื่อต้องออกมา ‘บินเดี่ยว’ อย่างกะทันหันแบบนี้ จึงถูกจับจ้องอย่างใกล้ชิดว่าจะสานต่อความสำเร็จการเป็น ‘คิง ออฟ ดิวตี้ฟรี’ เมืองไทย ได้ขนาดไหน!??

  • เปิดแฟ้มชีวิต ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’

เปิดแฟ้มชีวิต ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ – กรณีเฮลิคอปเตอร์ของ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจเจ้าของกิจการ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตกไฟลุกท่วม บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมือง เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ สร้างความตกใจให้กับคนไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก

จับตาอาณาจักร‘คิงเพาเวอร์’เปลี่ยนผ่านสู่มือทายาทรุ่น 2

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (สกุลเดิม รักศรีอักษร) เกิดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2501 เป็นบุตรของนายวิวัฒน์ และนางประภาศร รักศรีอักษร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา วู้ดลอว์น ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา สมรสกับ นางเอมอร รักศรีอักษร มีบุตร-ธิดา 4 คน

นายวิชัยทำธุรกิจต่างๆ มากมาย ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และได้เป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ โดยนายวิชัยได้ไปซื้อกิจการในปี 2553 ซึ่งช่วงแรกนายวิชัยถือหุ้น 51% ก่อนจะเข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในปีเดียวกัน

ข้อมูลจากนิตยสารฟอร์บส์ ระบุว่า ในปี 2560 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย

มีทรัพย์สินราวๆ 1.62 แสนล้านบาท

…..

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ที่

– เผยตำนาน “โกศแปดเหลี่ยม” พระราชทาน ‘เจ้าสัววิชัย’ เทียบเท่าขุนนางระดับสูง

เลสเตอร์ ร่วมวางดอกไม้ แปรอักษร THE BOSS ระลึกถึง เจ้าสัววิชัย ก่อนบุกคาร์ดิฟฟ์
บทความก่อนหน้านี้มูรินโญ่ สวดยับ กองหลังห่วยแตก โชคดีเล่นแย่แต่ทีมได้ 3 แต้ม
บทความถัดไปคำสั่งฆ่านักข่าวดัง ตุรกีมั่นใจมาจากระดับ “สูงสุด” ในรัฐบาลซาอุฯ