คอลัมน์ วงล้อเศรษฐกิจ
ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศ ไทยกำลังเข้าสู่ยุคสงคราม เป็นสงครามเศรษฐกิจที่ก่อตัว ทวีความรุนแรงและเตรียมปะทุขึ้นในปีนี้ ไทยควรติดตามใกล้ชิดเพื่อเตรียมตัวตั้งรับให้ดี
เพราะสงครามรอบนี้ประเทศมหา อำนาจมีกลไกหลายรูปแบบในการชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง มีความเสี่ยง ที่ไทยรวมถึงประเทศเกิดใหม่ทั้งหลาย จะตกเป็นเหยื่อ หรือหากเคราะห์ร้ายอาจถึงขั้นตกเป็นเชลยของสงครามในช่วงที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนรบพุ่งกัน สงครามสี่ทัพ ประกอบด้วย
ทัพที่ 1 – สงครามการค้า (Trade War)
มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่สหรัฐจะนำเข้าน้อยลง ส่งผลให้จีนส่งออกไปสหรัฐยากขึ้น ทำให้ไทยและอาเซียนส่งออกไปจีนได้ลดลง ชนวนเหตุของการที่ทรัมป์หรือสหรัฐถูกบีบให้เล่นเกม ?สงคราม การค้า? เพราะสหรัฐขาดดุลการค้าอย่างมโหฬารกับประเทศอื่นทั่วโลก และมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสหรัฐเอง ไม่สามารถแข่งขันได้ในสถานการณ์ปกติหรือในโลกเสรี ดังนั้น ทรัมป์จึงต้องหันมาบีบบริษัทสหรัฐให้ย้ายฐานการผลิตกลับมา ในประเทศ เพื่อลดการนำเข้า
ทัพที่ 2 – สงครามค่าเงิน (Currency War)
ทรัมป์มองว่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจนเกินไป ทำให้บริษัทอเมริกันแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้ ทั้งนี้ ?สงครามค่าเงิน? ที่ทรัมป์กำลังพยายามให้ดอลลาร์อ่อนค่า จะทำให้ค่าเงินในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งเงินบาทที่เคยมีแนวโน้มอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปีก่อนก็พลิกกลับมาแข็งค่า ซึ่งจะกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกและการ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง
ทัพที่ 3 – สงครามราคา (Price War)
ในช่วงที่เงินเฟ้อเร่งขึ้นตามราคาน้ำมันและต้นทุนต่างๆ แต่บริษัทกลับยังลังเล ที่จะผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภคและ กลับมาแบกรับภาระนี้ไว้ก็แสดงให้เห็น แล้วว่าเรากำลังเข้าสู่ ?สงครามราคา? ที่ผู้ผลิตกำลังเล่นเกมนี้อยู่ ในช่วงครึ่งแรกปีนี้เรา อาจเห็นสงครามราคาที่ทำให้กำไรหด หนี้เสียยังเพิ่ม
ทัพที่ 4 – สงครามจิตวิทยา (Psychological War)
อาวุธที่ทำให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง และสามารถมีแต้มต่อประเทศคู่แข่งได้ก็คือ ทวิตเตอร์ หรือการสื่อสารที่ทำให้คู่แข่งไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร จะทำอะไร ในปีนี้เราคงจะเห็นทรัมป์ขู่หรือออกมาตรการที่ดูแปลกๆ แหวกแนว แต่แท้จริงคือ ?สงครามจิตวิทยา?