คอลัมน์ วงล้อเศรษฐกิจ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในไตรมาส 4 ปี 2559 ขยายตัว 3.0%YOY (เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า) หรือเติบโต 0.4% หากเทียบกับไตรมาสก่อนแบบปรับฤดูกาล ทำให้จีดีพีไทยในปี 2559 ขยายตัวได้ที่ 3.2%YOY
อีไอซีคงประมาณการจีดีพีปี 2560 ที่ 3.3% แม้ การเติบโตในไตรมาส 4 จะต่ำที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา
โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว และจะเริ่มขยายตัวดีขึ้นเป็นลำดับจากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวและแรงหนุนของการใช้จ่ายในประเทศ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนม.ค. กลับมาขยายตัวได้ที่ 6.5%YOY หลังจากหดตัว 0.9%YOY ในไตรมาส 4/2559
การเติบโตในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยจะมีแรงส่งจากกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังคงมีแนวโน้มอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกใหม่อย่างงบกลางปี 2560 มูลค่า 1.9 แสนล้านบาทที่ได้รับการอนุมัติไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นเม็ดเงินที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจราว 1.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นราว 1.3% ของจีดีพี
ปี 2560 ยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากภายนอกที่อาจทำให้การส่งออกเติบโตได้ต่ำกว่าคาด ทั้งจากนโยบายกีดกันทางการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่หากถูกนำมาใช้จริงกับจีนอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคการส่งออกไทยอาจสะดุดลง เนื่องจากไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของสินค้าส่งออกจากจีนไปสหรัฐ โดยสินค้าขั้นกลางที่ไทยส่งออกไปจีนมีสัดส่วนกว่า 43% ของการส่งออกไปจีนทั้งหมด ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจจีนเองก็ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว
นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปที่มีทั้งการเจรจาข้อตกลง Brexit และการเลือกตั้งที่กำลังจะ มาถึงในฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี
ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และปริมาณการค้าโลกชะลอตัวลง ซึ่งกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงรายได้ผู้ส่งออก รายได้เกษตรกร การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการบริโภคในประเทศที่อาจชะลอลง ต่ำกว่าที่คาดได้