เมืองไทย 25 น.

ทวี มีเงิน

เคยมีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวนโยบาย “ประชารัฐ” เมื่อหลายเดือนก่อน ได้ฟังคณะกรรมการชุดต่างๆ พูดถึงทิศทางปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่ปฏิรูปการศึกษา เศรษฐกิจ และกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีการอรรถาธิบายจากคณะทำงานอาจเป็นเพราะไม่มีอยู่ในแผนปฏิรูปของรัฐบาล ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ “ปฏิรูปวัฒนธรรมและค่านิยม” ของคนไทยที่เป็นจุดอ่อนในการพัฒนาประเทศ นั่นเท่ากับว่า เราให้ความสำคัญกับ “ฮาร์ดแวร์” แต่ละเลยที่จะยกเครื่อง “ซอฟต์แวร์” ไปพร้อมๆ กัน

ทั้งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันและจะขาดด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้

ในวันนั้นรัฐบาลได้พูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มุ่งเน้นเสริมสร้างแหล่งที่มาขอเติบโตใหม่ ที่เรียกว่า “New Engine For Growth” โดยจะมีการปรับโครงสร้างการผลิตกันขนานใหญ่ มีกำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ๆ 10 คลัสเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ “Productivity” ของประเทศจากการใช้ความรู้เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

เรียกว่าการปฏิรูปครั้งนี้อาจจะเรียกว่าเป็นการวาง “แพลต ฟอร์มเศรษฐกิจ ธุรกิจ” ของประเทศใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะสามารถยกเครื่องระบบการผลิต รื้อกฎหมายเก่าๆ ร่างขึ้นมาใหม่ ปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ อาจจะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้ไม่เกินครึ่งทาง ถ้าคนไทยยังมีวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติ แบบเดิมๆ ยังมองประชาธิปไตยเป็นแค่เรื่อง เลือกตั้ง ทั้งที่ประชาธิปไตยรวมความถึง การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน ของประชาชนให้มีส่วนร่วม แต่ที่ผ่านมาความคิดผูกขาดกับผู้มีอำนาจ เป็นความคิด “แบบรวมศูนย์” เหมือนเดิม

ควรจะต้องปฏิรูปให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เหนือสิ่งใด สังคมไทยเรายังติดกับดักระบบอุปถัมภ์ ยังเป็นระบบเส้นสาย พวกพ้อง คนไทยมีลักษณะปัจเจกสูง เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำงานแบบตัวใครตัวมัน ทำงานเป็นทีมเวิร์กไม่เป็นแถมยังปัดแข้งปัดขา คนเก่าไปคนใหม่มาก็มารื้อทิ้งของเก่ามาเริ่มต้นใหม่ วนอยู่อย่างนี้

ปรากฏการณ์นี้ ไม่เฉพาะนักการเมืองที่รัฐบาลเก่าไปรัฐบาลใหม่มาก็ออกนโยบายใหม่ยกเลิกของเก่า ทุกวันนี้ลามมาถึงระบบราชการ แม้แต่ในธุรกิจเอกชนก็ไม่เว้น ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ถึงไหน

หากจะให้การปฏิรูปประสบความสำเร็จ ต้องรื้อวัฒนธรรม ค่านิยมเก่าๆ…ต้องปฏิรูปคู่กันไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน