เมืองไทย 25 น.

ทวี มีเงิน

แม้รัฐบาลเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจถึง 2 ชุด แต่ “ราคาสินค้าเกษตร” ก็ยังไม่มีทีท่าจะผงกหัวขึ้นแถมยังตกต่ำอย่างต่อเนื่องท้าทายทีมเศรษฐกิจที่มี “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นหัวหน้าทีมอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่ราคาข้าวที่ยังไม่โงหัว หลังจาก “คสช.” ล้มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่แล้ว ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกตันละ 7,000 บาทโดยเฉลี่ย ข้าวเปลือกหอมมะลิเดือนหน้าอาจจะร่วงถึง 11,000 บาทต่อตัน หลังจากมีกระแสข่าวเมื่อเดือนที่แล้วมีมือดีไปตัดราคาส่งออกที่เสิ่นเจิ้น

ราคามันสำปะหลังเหลือแค่ 1.20 บาท/กิโล ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาทางการ 6-7 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาที่ชาวบ้านขายเหลือ 4 บาทต่อกิโลกรัมกรัมเท่านั้น ส่วนราคายางก็ยังไม่ดีขึ้น จะมีแต่อ้อยที่ยังพอไปได้เพราะผลผลิตตลาดโลกไม่ดีเท่าไหร่

ปัจจัย “ลบ” ยังเป็นเศรษฐกิจโลก ที่ยังไม่ฟื้น น้ำมันในตลาดโลกราคาถูกไป ฉุดราคาสินค้าเกษตรโดยตรง ยิ่งปีนี้ ฟ้าฝนกำลังพอเหมาะพอดีทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ยิ่งไปซ้ำเติมราคาสินค้าเกษตรตกต่ำต่อเนื่อง

ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอัดมาตรการต่างๆ เกือบๆ 20 มาตรการ อาทิ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3% ให้โรงสีรับซื้อแต่ไม่ได้ผลเพราะราคาอยู่ในช่วงขาลงกู้ไปก็ไม่คุ้ม มาตรการเพิ่มประสิทธิ ภาพการผลิตก็ยังไม่เห็นผล แต่ที่มาตรการต่างๆ ไม่ได้ผล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าราชการที่รับผิดชอบไม่ตัดสินใจ กลัวโดนหางเลข หาก สตง.ตรวจสอบขึ้นมา

แต่ “ภาพใหญ่” ที่เป็นตัวถ่วงทำให้แก้ปัญหาไม่ได้จากกรณี “เกาเหลา” ระหว่าง “ดร.สมคิด” กับ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รมต.เกษตรฯ ที่ต่างคนต่างทำ ทางใครทางมัน ไม่เป็นเอกภาพ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เวลารัฐมนตรีฉัตรชัยมีอะไรจะรายงานตรงกับ “บิ๊กตู่” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท

ที่ผ่านมา “ดร.สมคิด” ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ จะออกมาตรการต่างๆ ก็ต้อง “ขี่ม้าเลียบค่าย” ใช้วิธียืมมือคลังทำแทน เช่น โครงการเอสเอ็มอีเกษตร เป็นต้น จึงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่ากับผลักดันผ่านกระทรวงเกษตรฯ โดยตรง

ตราบใดที่กระทรวงเกษตรฯ ทำตัวเป็นรัฐอิสระความพยายามที่จะผลักดันมาตรการช่วยเหลือชาวนาชาวไร่ให้ลืมตาอ้าปากยิ่งยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

อย่างไรก็ตาม เกาเหลาเที่ยวนี้อาจจะไม่สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล แต่มีผลต่อเสถียรภาพชาวนาแน่ๆ ยิ่งถ้าบิ๊กตู่ไม่รีบ แก้ ปล่อยให้ชาวนาเดือดร้อนขึ้นเรื่อยๆ ย่อมสั่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลได้เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน