วงล้อเศรษฐกิจ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
หนี้ครัวเรือนล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 2/2559 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน มาที่ระดับ 81.3% ต่อจีดีพี จากระดับ 81.5% ต่อจีดีพีในไตรมาส 1/2559
ทั้งนี้ การปรับลดลงดังกล่าวสะท้อนว่าผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลายประเภทเผชิญ ข้อจำกัดในการเติบโต ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยการชำระคืนจากโครงการรถยนต์คันแรก ส่วนสินเชื่อ เพื่อการอุปโภคบริโภค ถูกกดดันจากการชะลอเบิกใช้ของครัวเรือนเพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว
อย่างไรก็ดี สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งส่งผล ให้ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้า โดยระดับหนี้ ครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านบาท จากไตรมาสก่อน แตะระดับ 11.24 ล้านล้านบาท หรือเติบโตราว 4.3% YoY ชะลอลงเมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัว 4.7% YoY ในไตรมาส 1/2559
สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยน แปลงนิยามของหนี้ครัวเรือน โดยรวมหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เข้ามาคำนวณในฐานหนี้ครัวเรือนและ ตัดหนี้ที่ครัวเรือนก่อขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ด้านการดำเนินธุรกิจออกจากการคำนวณ คงทำให้ผลสุทธิแล้ว หนี้ครัวเรือนไทย ทั้งในมิติของจำนวนหนี้ครัวเรือน และสัดส่วนต่อจีดีพีปรับลดลง
อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงตามนิยามดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนจะมีภาระหนี้ลดลง
ทั้งนี้ เนื่องจากหนี้ กยศ. มีราว 2 แสนล้านบาทเท่านั้น ขณะที่หนี้ครัวเรือน เพื่อประกอบธุรกิจน่าจะมีจำนวนสูงกว่า 1.07 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้จำนวนหนี้ครัวเรือนมีโอกาสปรับลดลงมาที่ราว 10.37 ล้านล้านบาท หรือปรับลดลง 8.7 แสนล้านบาท จากระดับปัจจุบัน
ขณะที่สัดส่วนต่อจีดีพี คงปรับลดลงมาที่ราว 75.0% ต่อจีดีพี จากระดับ 81.3% ต่อจีดีพี ณ สิ้นไตรมาส 2/2559
มองไปข้างหน้า ข้อจำกัดด้านรายได้และภาระหนี้เดิม ยังอาจมีผลทำให้ ครัวเรือนชะลอ/ยับยั้งการก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังระมัดระวังนโยบายเครดิตอย่างต่อเนื่อง คงทำให้หนี้ครัวเรือนเติบโตชะลอลงต่อเนื่องจากระดับ 4.3% ในช่วงครึ่งแรกของปีมาอยู่ในกรอบ 3.5-4.0% และต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่เติบโต 5.2%
ด้วยเหตุนี้ จึงปรับประมาณการสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2559 ลงมาที่กรอบ 81.0-82.0% ต่อจีดีพี จากกรอบคาดการณ์เดิมที่ 81.5-82.5% ต่อจีดีพี