นกชนหิน
นกชนหิน หน้าตายังไง ทำไมถึงจะสูญพันธุ์
ระพี
ตอบ ระพี
“นกชนหิน” (Hel meted hornbill ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhinoplax vigil) เป็นนกขนาดใหญ่ ในวงศ์นกเงือกที่มีสายพันธุกรรมเก่าแก่ถึง 45 ล้านปี มีลักษณะเด่นตรงที่สันบนปากมีขนาดใหญ่และหนา เนื้อในสีขาวตันคล้ายงาช้าง ทั้งมีจะงอยปากยาว และมีขนหางพิเศษคู่หนึ่งซึ่งจะงอกยาวเลยขนหางเส้นอื่นๆ ออกไปมากถึง 50 เซนติเมตร แลเห็นเด่นชัด

นกตัวผู้มีขนาดลำตัวยาวจากปลายจะงอยปากถึงปลายขนหาง 127 เซนติเมตร ขนลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ใต้ท้องสีขาว หางสีขาวมีแถบสีดำพาดขวาง และปลายปีกสีขาวเป็นแถบกว้าง ไม่มีขนปกคลุมใต้ปีก จะงอยปากตอนโคนและบนสันสีแดงคล้ำตอนปลายสีเหลืองเรื่อๆ บริเวณลำคอที่ไม่มีขนในนกตัวผู้จะมีสีแดงคล้ำ
ส่วนนกตัวเมียจะมีสีฟ้าซีดหรือสีฟ้า ขณะที่นกวัยอ่อน เพศผู้ ลำคอมีสีแดงเรื่อๆ เพศเมียหนังส่วนนี้จะเป็นสีม่วง สันบนจะงอยปาก มีขนาดเล็กกว่า และขนหางยังเจริญไม่เต็มที่ สั้นกว่านกโตเต็มวัย
หากินในระดับยอดไม้ กินผลไม้เป็นส่วนใหญ่ เช่น ลูกไทร บางครั้งพบว่ากินสัตว์อื่นๆ เช่น กิ้งก่า กระรอก และนก มักอยู่โดดเดี่ยวหรืออยู่เป็นคู่ ฤดูผสมพันธุ์เริ่มราวปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำรังในต้นไม้สูง ใช้วัสดุปิดปากรังเช่นเดียวกับนกเงือกชนิดอื่นๆ แต่จะหารังเฉพาะที่อยู่บนตอไม้ หรือเข้าได้ทางด้านบนเท่านั้น เพราะส่วนหัวที่ตันและหางที่ยาว นกชนหินเลี้ยงลูกนานกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ คือ 5 เดือน โดยที่แม่นกอยู่กับลูกในโพรงตลอดเวลา ไม่มีการพังโพรงออกมาก่อน
นกชนหินตัวผู้มีเสียงร้องดัง “ตู๊ก…ตู๊ก” ทอดเป็นจังหวะติดต่อกันยาวและกระชั้นขึ้นตามลำดับ ปิดท้ายด้วยเสียงคล้ายเสียงหัวเราะ 4-6 ครั้ง เมื่อตกใจจะแผดเสียงสูงคล้ายเสียงแตร ในการต่อสู้เพื่อแย่งอาณาเขต จะใช้ส่วนหัวที่หนาชนกัน จึงได้ชื่อว่า นกชนหิน บางครั้งอาจบินชนกันในอากาศ

นกชนหินเป็นนกประจำถิ่นที่พบในป่าดิบชื้นระดับต่ำ พบตั้งแต่แถบเทือกเขาตะนาวศรีลงมาทางใต้จนถึงประเทศมาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว
สถานภาพของนกชนหินในปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และอยู่ในบัญชีที่ 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ขณะที่สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN จัดให้นกชนิดนี้อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
สำหรับประเทศไทย นกชนหินมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
ล่าสุด คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ากำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 เพื่อยกระดับความคุ้มครองนกชนหินและถิ่นอาศัยให้สอดคล้องกับมาตรการนานาชาติ
นกชนหินถูกล่าอย่างหนักเพื่อเอาสันบนจะงอยปากบนไป แกะสลักทำเป็นเครื่องใช้ เครื่องประดับ และจากการสูญเสียแหล่งอาศัย พื้นที่อาศัยถูกคุกคาม ทำลายแยกเป็นหย่อมป่าขาดความ ต่อเนื่อง จำนวนประชากรจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนในทุกบริเวณที่อาศัย
ในประเทศไทยมีนกชนหินหลงเหลืออยู่ในป่าน้อยกว่า 100 ตัว