บางกอก
ชื่อ“บางกอก” หรือ “แบงค็อก” ที่ต่างชาติคุ้นเคย ตั้งชื่อตามอะไร
กระถิน
ตอบ กระถิน
มีข้อมูลอยู่ในบทความ “เปิดข้อสันนิษฐาน คำ “บางกอก” (Bangkok) มาจาก ต้นมะกอก หรือ บางเกาะ?” ว่า ก่อนสมัย พระชัยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ดินแดนฝั่ง “กรุงเทพฯ” และ “ธนบุรี” เป็นแผ่นดินเดียวกัน มีชื่อเรียกรวมๆ กันว่า “บางกอก”
ที่ว่าเป็นดินเดียวกันก็เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่านั้นไหลลงมาจากทางเหนือวกเข้าคลองบางกอกน้อยแล้วไปออกคลองบางกอกใหญ่ ต่อสมัยสมเด็จพระชัยราชาจึงได้โปรดให้ขุดคลองลัดเพื่อย่นระยะการเดินทางตั้งแต่บริเวณปากคลองบางกอกน้อยไปจรดปากคลองบางกอกใหญ่ หรือจะเรียกตามปัจจุบันว่าจากหน้าสถานีรถไฟบางกอกน้อยไปถึงหน้าวัดอรุณฯ
การขุดคลองลัดนี้เอง ทำให้กระแสน้ำเจ้าพระยาไหลลัดตัดตรงดังที่เห็นเป็นแม่น้ำใหญ่ปัจจุบัน เพราะกระแสน้ำไม่ไหลเข้าคลองบางกอกน้อยทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน ทำให้แม่น้ำสายเดิมกลายเป็นคลอง และคลองที่ขุดใหม่ดังกล่าวกลายเป็นแม่น้ำไป บริเวณผืนแผ่นดินเดียวกันของสองฟากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนนี้ ได้ชื่อเป็นทางการว่า “เมืองธนบุรี”
กฎหมายอาชญาหลวงซึ่งตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เขียนว่า “ทณบุรี” ต่อมาในพระราชกำหนดเก่าสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองเขียนว่า “ทนบุรีย” แสดงให้เห็นว่าดินแดนแถบนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นหรือก่อนหน้านั้น และจนกระทั่งมีฐานะเป็น “เมือง” ในสมัยต่อๆ มาโดยมี “เจ้าเมือง” เป็นผู้ดูแลต่างพระเนตรพระกรรณ
ลาลูแบร์ ราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศสที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจดบันทึกไว้ว่า พ้นฝั่งทะเลขึ้นไปตามลำน้ำเจ้าพระยานั้น เป็นที่ตั้งของ “เมืองบางกอก” ทำให้เห็นว่าชื่อ “บางกอก” แพร่หลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางมาแต่โบราณ

นิโกลาส์ แชรแวส เขียนหนังสือชื่อ “ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม” ในแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงเมืองบางกอกว่า “บางกอก (BANKOC) เป็นสถานที่อันมีความสำคัญที่สุดแห่งราชอาณาจักรสยามอย่างปราศจากข้อสงสัย เพราะในบรรดาเมืองท่าด้วยกันแล้ว ก็เป็นแห่งเดียวเท่านั้นที่พอจะป้องกันข้าศึกได้…”
มีผู้พยายามอธิบายคำว่า “บางกอก” มาจากเหตุผลว่าบางหรือหมู่บ้านที่มีต้นมะกอกเป็นสัญลักษณ์ แต่ นายขจร สุขพานิช กล่าวถึงชื่อ “บางกอก” เอาไว้ว่า
“แผนที่ของวิศวกร เดอ ลามาร์ แสดงสายลำน้ำเจ้าพระยาจากปากน้ำถึงกรุงศรีอยุธยาที่มีปรากฏในหนังสือ LE SIAM ANCIEN หน้า 34 เป็นแผนที่ชัดเจนกว่าที่ปรากฏในที่อื่น แสดงเมืองบางกอกไว้ชัดเจนว่าเป็นเกาะอยู่กลางแม่น้ำ และถ้าใช้คำอธิบายว่า “I. de Bankok” คำย่อ “I.” คงหมายถึง “Ile” แปลว่า “เกาะ” ผู้เขียนเคยเห็นเอกสารรัชกาลที่ 1 เขียนบางกอกว่า “บางกอะ”…คำว่า “บางกอะ” มีความหมายตรงกับ Ile de Bankok ของวิศวกร เดอ ลามาร์ จากคำนี้กลายเป็นบางกอกอย่างไร ก็อธิบายไม่ถูก”
ถ้าหากพิจารณาตามสภาพภูมิศาสตร์แล้วจะเห็นว่าบริเวณเมืองธนบุรีเป็นลักษณะ “เกาะ” จริงๆ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่าอ้อมจากคลองบางกอกน้อยไปออกคลองบางกอกใหญ่อยู่แล้ว และเมื่อมีคลองลัดสมัยสมเด็จพระชัยราชามาตัดระหว่างปากคลองสองแห่งนี้จึงทำให้ดินแดนเมืองธนบุรีเป็นเกาะมีแม่น้ำหรือลำน้ำล้อมรอบ เช่นเดียวกันกับเกาะเมืองกรุงศรีอยุธยา
จากชื่อ “บางเกาะ” จึงแผลงหรือพลาดมาเป็น “บางกอก” ได้ง่าย