นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ – ปัง ปัง ปัง …

เสียงปืนดังระรัวราวข้าวตอกแตก สนั่นไปทั่ววัดกู่ศรัทธาราม ม.6 ต.เพี้ยราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อกลางดึกวันที่ 27 พ.ย. ต่อเนื่องวันใหม่ เมื่อ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา สร้างความตกอกตกใจให้ชาวบ้านร้านช่องที่อยู่ในละแวก ดังกล่าวเป็นอย่างมาก

หลังความสงบกลับคืนมา พร้อมๆ กับควันปืนที่เริ่มจางหายไป ก็มี เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และป่าไม้ เผยกายออกมาจากที่กำบัง กระจายกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว
4 คนร้ายที่ถูกจับเป็น

บริเวณถนนลูกรังห่างจากประตูหน้าวัดประมาณ 50 เมตร รถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 1 ฒก 8511 กรุงเทพมหานคร บรรทุกไม้พะยูงเต็มกระบะเสียหลักตกข้างทาง

ส่วนภายในวัดพบต้นพะยูงอายุประมาณ 100 ปี ขนาดความสูง 20-25 เมตร ที่วัดทำพิธีบวชต้นไม้เอาไว้แล้ว ถูกแก๊งคนร้ายตัดโค่นลง หน้าตัดโคนต้นไม้กว้าง 3 เมตร และตัดเป็นท่อนจำนวน 10 ท่อน

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว
ตรวจที่เกิดเหตุจับตาย

ใกล้กันพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 กน 9909 กทม. และกระบะโตโยต้า สีขาว รุ่นวีโก้ แชมป์ ตอนเดียว ทะเบียน บร 7910 (เป็นทะเบียนปลอม) นอกจากนั้นยังพบศพนายฤทธิไกร ทรัพย์สถิต อายุ 30 ปี ถูกยิงนอนจมกองเลือดที่โคนต้นพะยูง

ในที่เกิดเหตุยังจับกุมคนร้ายไปอีก 4 คน ประกอบด้วย 1.นายเสนาะ เงางาม อายุ 38 ปี 2.นายภาณุพงศ์ ภาระเวช อายุ 19 ปี 3.นายปรเมศร์ ฉลอมประโคน อายุ 19 ปี ทั้ง 3 คนเป็นชาว ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และ 4.นายกิตติภัทร์ นวนประโคน อายุ 38 ปี ชาว จ.ระยอง

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภาค 3 สอบถามเหตุการณ์กับเจ้าอาวาส

ระหว่างที่ปะทะกันมีคนร้ายบางส่วนหลบหนีไป กับรถกระบะอีซูซุ ทราบว่ามีทั้งหมด 6 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากร.พ.ศูนย์บุรีรัมย์ว่า มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัว จึงตามไปตรวจสอบ พบว่าเป็นนายบัณฑิต ไกรสุข อายุ 35 ปี หนึ่งในคนร้ายที่ฝ่าวงล้อมออกมาได้ จึงอายัดตัวไว้ดำเนินคดี

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วยรองผบช. และพล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก. ภ.จว.สุรินทร์ พร้อมพ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง รองผบก. นายอำเภอเมืองสุรินทร์ และหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรเพี้ยราม พร้อมด้วย จนท.ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดที่เกิดเหตุ

สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 พ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เพี้ยราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ รับแจ้งจากหลวงพ่อเสร็จ อินทปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดกู่ศรัทธาราม ว่ามี กลุ่มคนร้ายกว่า 10 คน ขับรถกระบะ 3-4 คัน บุกรุกเข้าไปภายในวัด ใช้เลื่อยยนต์ตัดโค่นต้นพะยูงอายุประมาณ 100 ปี อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอยู่ระหว่างลำเลียงขึ้นรถ

นาทีจับตายคาวัดสุรินทร์ มอดไม้บุกตัดพะยูงยักษ์ เหิมงัดอาวุธปะทะจนท. : สดจากสนามข่าว
รถคนร้าย

เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่าย สืบสวน, ตำรวจสายตรวจ สนธิกำลังร่วม ปทส.ภ.จว.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.2 และทหาร มทบ.25 ไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าคนร้ายกำลังขับ รถกระบะลำเลียงไม้พะยูง ชุดแรกออกจากวัด จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดปะทะกันประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่จึงควบคุมสถานการณ์ได้

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า คนร้ายส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ อ.ประโคนชัย และมีผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีลักษณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้การตรงกันว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ 2 คน เป็นบุคคลคนเดียวกันที่ร่วมกระทำผิดในพื้นที่ อ.ประโคนชัย ก่อนหน้านี้ด้วย

เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นการเข้าจับกุมแก๊ง ลักลอบตัดไม้พะยูงรายใหญ่ใน เขตพื้นที่ 3 จังหวัดอีสานใต้ จ.บุรีรัมย์, จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ใช้ชื่อแก๊งหนองบอน ซึ่งเป็นแก๊งที่มีอาวุธปืนมีการคุ้มกัน ขณะเข้าลักลอบตัดไม้พะยูงกระทำการอุกอาจ ใช้ความรุนแรงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แม้เหตุปะทะครั้งนี้จะรุนแรง แต่ฝั่งเจ้าหน้าที่ไม่มีใครได้รับอันตรายแม้แต่น้อย เป็นผลจากความพยายามของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ให้ยึดหลักตามยุทธวิธีตำรวจ ที่ได้ผ่านการฝึก อบรม ทบทวน ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆ พร้อมหมั่นฝึกทบทวนอยู่เป็นประจำ เพื่อให้เกิดความเคยชิน ลดการสูญเสีย

โดยจะต้องยึดหลักกระทำการตามอำนาจหน้าที่ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และใช้หลักยุทธวิธีตำรวจควบคู่กันไป

ธนโชติ เจนจัด

ชาญพงษ์ บุญอุทิศ เรื่อง/ภาพ

 

บทความก่อนหน้านี้กาดสืบสานคัวฮัก ครั้งที่ 4 เชียงใหม่ชวนเที่ยว-ฟังเสวนาเครื่องรางล้านนา
บทความถัดไปในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น (ตอนแรก) เรื่องราวความรักของนางแบบสาว ที่ตามหาความทรงจำที่หายไป กับชายหนุ่ม ที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อลืมรักครั้งแรก