สดจากสนามข่าว : เกาะติดตร.ล่า‘ไอ้ปุ๊5ศพ’ ฆ่ายกครัวเมียสยองพิชัย หนีจนมุมคาสวนระนอง
สดจากสนามข่าว : ภาพวงจรปิดเหตุสังหารหมู่อย่างอุกอาจ ในพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ชนิดล้างครัวมีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย ด้วยฝีมือของคนในครอบครัวเดียวกัน
ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่เฉยไม่ได้ ประกาศให้ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีพฤติกรรมโหดเหี้ยม และมีอาวุธรีบมอบตัว และอย่าคิดต่อสู้เด็ดขาด
นอกจากนั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังส่งพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ฝ่ายป้องกันและปราบปราม บินลงพื้นที่คุมคดีด้วยตัวเองทันที

นาทีลั่นไก
คดีสะเทือนขวัญครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นายธีรพล หรือ ปุ๊ ปิ่นอมร อายุ 38 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 66/2 ม.1 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. จ่อยิงน.ส.กัญญาภัทร กิ่งแก้ว อายุ 28 ปี เมียสาวที่ตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน และนายวิรัตน์ กิ่งแก้ว อายุ 48 ปี พ่อตา บริเวณโรงจอดรถบ้านเลขที่ 177 ม.1 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ จนดับดิ้น ไป 2 ศพ
นอกจากนั้นยังไล่ยิง นางสุพัตรา กำแหง น้องเมียและคู่เขยที่วิ่งหนีเข้าไปใน ไร่ข้าวโพดข้างบ้านจนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุสยองได้อย่างชัดเจน

ภาพเมื่อครั้งรักยังหวาน
แค่นั้นยังไม่หนำใจ นายธีรพลขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน กล 4561 พิษณุโลก ตามไปยิงนางน้ำผึ้ง อินทร์สิทธิ์ อายุ 48 ปี แม่ยาย พร้อมนางน้ำผา อินทร์สิทธิ์ อายุ 48 ปี พี่สาวฝาแฝดของนางน้ำผึ้ง และนางกนกวรรณ อินทร์สิทธิ์ อายุ 53 ปี พี่สาวของนางน้ำผึ้ง เสียชีวิตอีก 3 ศพ ที่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.พญาแมน ซึ่งอยู่ห่างกันถึง 3 กิโลเมตร ก่อนขับรถหนีไป
ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 14 ม.ค. เจ้าหน้าที่ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ก็ได้รับการประสานจากตำรวจ บก.ภ.จว.พิษณุโลก ว่าพบรถต้องสงสัยของผู้ก่อเหตุถูกจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก
เมื่อไปถึงก็พบรถเก๋งของคนร้ายจอดทิ้งไว้จริงๆ
แม่บ้านของโรงแรมให้การว่า เวลาประมาณ 18.04 น. ของวันที่ 13 ม.ค. นายธีรพลได้ขอยืมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กมษ 437 พิจิตร อ้างว่าจะไปรับเพื่อนสาวที่ห้างแห่งหนึ่งในตัวเมืองพิษณุโลก ก่อนหายตัวไป

บิ๊กอวบตรวจที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ออกแกะรอยตามจนพบว่ารถ จักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ริมถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ ในช่วงเวลา 18.34 น. วันที่ 13 ม.ค. พบรถกระบะ และรถเก๋งขับแวะมารับคนร้ายไปด้วย
แต่ต่อมาเจ้าของรถทั้งคู่เข้าแสดงความ บริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่คนร้ายขออาศัย ติดรถไปลงกลางทางเท่านั้น
ขณะที่ตำรวจภาค 6 กำลังสืบหาเบาะแส คนร้าย พร้อมประสานไปยัง บก.ภ.จว.ระนอง ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของคนร้าย
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ก็สั่งด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วทั้งประเทศ สกัดกั้นคนร้ายไม่ให้หลบหนีออกนอกประเทศ
เช้าวันที่ 15 ม.ค. ตำรวจกก.สส.บก.ภ. จว.ระนอง ก็สนธิกำลังร่วมทหาร ฉก.ร.25 กองกำลังเทพสตรีปิดล้อม ตรวจค้นภายในสวนปาล์มน้ำมัน บ้านลำเลียง ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง

จนมุมคาสวนยางระนอง
หลังสืบสวนในเชิงลึก จนมีข้อมูลว่านายธีรพลน่าจะเดินทางกลับไปที่บ้านเดิม โดยอาจเตรียมหาช่องทางหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จนได้ข้อมูลว่ามีกลุ่มวัยรุ่นพาตัวชายต้องสงสัยเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ กระทั่งจับกุมนายธีรพลซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก ก่อนส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ จ.อุตรดิตถ์ ทันที
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยผลสอบปากคำว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่า สาเหตุจากความเครียดที่ภรรยาบอกเลิกและพ่อตาไล่ให้ออกไปจากบ้าน และมีปากเสียงถึงกับใช้ถ้อยคำหยาบคาย และยังถูกท้าทายให้ยิง จึงเกิดบันดาลโทสะก่อเหตุขึ้นดังกล่าว
หลังข่าวนายธีรพลถูกจับตัวถูกเปิดเผยออกไป สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แจ้งขออายัดตัวหนุ่มปืนโหดด้วย เพราะถูกบาทหลวงโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งแจ้งความฉ้อโกงเงินถึง 30 ล้านบาท
สำหรับประวัตินายธีรพล อุปนิสัยส่วนตัวค่อนข้างมุทะลุ ทำตัวเป็นนักเลงโตมีเงิน จากเมื่อก่อนเคยยากจน มีอาชีพ ขับเรือจ้างในพื้นที่ปากน้ำระนอง แต่ใจกล้าสู้คนจน มีฐานะขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
ต่อมาย้ายไปอยู่ในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล และมีภรรยา ที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โดยทำบัตรประชาชนใหม่แทบทุกปีนับสิบครั้ง ทำให้สงสัยว่าอาจเข้าไปมีส่วนพัวพันกับธุรกิจมืดบางอย่าง
นับเป็นอีกหนึ่งผลงานของตำรวจไทยที่บูรณาการระบบปฏิบัติงานจนปิดคดีสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้อย่างงดงามในเวลาไม่ถึง 3 วัน