เปิดศูนย์ปราบเงินกู้ ยึดโฉนดคืนพันล้าน เครือญาติส.ส.โดนรูด บิ๊กโจ๊กยันไม่ใช่การเมือง

เปิดศูนย์ปราบเงินกู้ ยึดโฉนดคืนพันล้าน เครือญาติส.ส.โดนรูด บิ๊กโจ๊กยันไม่ใช่การเมือง

คอลัมน์ แฟ้มคดี

 

เปิดศูนย์ปราบเงินกู้ ยึดโฉนดคืนพันล้าน เครือญาติส.ส.โดนรูด บิ๊กโจ๊กยันไม่ใช่การเมือง : แฟ้มคดี – น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งสำหรับปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน (ศปฉช.ตร.)

เปิดศูนย์ปราบเงินกู้ ยึดโฉนดคืนพันล้าน เครือญาติส.ส.โดนรูด บิ๊กโจ๊กยันไม่ใช่การเมือง : แฟ้มคดี

ที่มี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นผอ.ศูนย์ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.เป็นรองผบ.ศูนย์

ซึ่งเดินหน้ากวาดล้างการฉ้อโกงทรัพย์สินของ ประชาชน ทั้งการฉ้อฉล ปลอมแปลงลายมือชื่อในสัญญาเงินกู้ ก่อนจะบังคับชำระหนี้เป็นโฉนดที่ดิน

โดยที่ชาวบ้านรู้ไม่เท่าทัน

ซึ่งหลังจากปฏิบัติการมาได้ร่วม 3 เดือน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้นับร้อยราย ยึดโฉนดที่ดิน และทรัพย์สินที่ได้จากการ กระทำความผิดนับพันล้านบาท

อย่างไรก็ตามย่อมมีข้อสังเกตว่าในกลุ่มที่ถูกจับกุมดำเนินคดี

ส่วนหนึ่งเป็นเครือญาติของผู้สมัครส.ส.ที่สังกัดพรรคตรงข้ามรัฐบาล

จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่ามีนัยยะทางการเมือง หรือไม่ อย่างไร

แต่ก็มีเสียงยืนยันจากบิ๊กโจ๊ก ว่าเป็นการทำตามนโยบาย ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างที่ถูกกล่าวหา

เปิดศูนย์ปราบเงินกู้ ยึดโฉนดคืนพันล้าน เครือญาติส.ส.โดนรูด บิ๊กโจ๊กยันไม่ใช่การเมือง : แฟ้มคดี

 

  •  ตร.จับเสี่ยแก๋ขณะหาเสียง

เหตุการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เกิดขึ้นเมื่อ 7 ม.ค. เจ้าหน้าที่ ศปฉช.ตร. เปิดยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และขอนแก่น รวม 16 ราย 37 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 7 ราย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

หนึ่งในนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลเข้า จับกุม ‘เสี่ยแก๋’ นาย พรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 6 จ.บุรีรัมย์ และว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญของพรรคการเมืองเจ้าถิ่น

โดยเป็นจังหวะที่นายพรชัย พร้อมผู้สมัครอีก 3 คน กำลังพาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรค เพื่อไทย และแกนนำลงพื้นที่พบปะประชาชน และเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ลำปลายมาศ

โดยคุมตัวนายพรชัยไปที่สภ.นางรอง เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายศาลในคดีปล่อยเงินกู้ โดยกำลังอีกชุดบุกเข้าตรวจค้นแสงสว่างลีซซิ่ง ที่อ้างว่าเป็นของเสี่ยแก๋

ขณะที่การสอบสวนเสี่ยแก๋ หรือนายพรชัย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปถึงช่วง 18.00 น. ก็ยังไม่ได้ประกันตัว ทำให้ไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยพบปะประชาชน ที่ศูนย์ประสานงานพรรค อ.นางรอง ที่มีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมากได้

โดยนางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน ส.จ.บุรีรัมย์ ภรรยานายพรชัย ต้องกล่าวปราศรัยแทนทั้งน้ำตา ระบุว่า ต้องขอโทษประชาชนที่สามีไม่สามารถมาปราศรัยได้ เพราะถูกจับและยังไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่ไปรับทราบข้อหาแล้ว

ยืนยันว่าไม่เคยไปรับจำนองใครเลย และไม่มีชื่อในบริษัทลีสซิ่งดังกล่าวเลย

หรือความผิดเป็นเพราะสังกัดพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประกิจ พลเดช ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มองเป็นเรื่องอื่นนอกจากเรื่องการเมืองไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้มีเปิดเวทีพบปะประชาชน และมีตัวแทนพรรคมาช่วย ซึ่งการจับกุมหรือเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ทำได้ทุกวัน จะเป็นวันก่อนที่นัดพบปะประชาชน หรือหลังจากนั้นก็ได้ ทำไมต้องเป็นวันนี้

แถมหลังจากไปที่สภ.นางรอง ก็ยื่นประกัน 5 แสนบาท คุยกันเบื้องต้นบอกจะเสร็จก่อน 14.00 น. แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอผู้บังคับบัญชา จนสุดท้าย 18.00 น. ก็ยังไม่เสร็จ

อย่างไรก็ตามนายพรชัย ก็ได้รับประกันตัวในเวลาต่อมา

  • รวบกำนันโป้ยนครพนม

อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2562 ที่บก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภาค 4 พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส. บช.ภ.4 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก. ภ.จว.นครพนม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. นาย พีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 ปปง. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. แถลงผลการปฏิบัติงานดาวกระจาย 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม บึงกาฬ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และอุบลราชธานี ภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 26”

โดยเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 5 จังหวัด ตามเป้าหมายมีนายทุน 13 ราย 18 จุด ตรวจยึดและอายัดไว้ตรวจสอบ 4 จุด สามารถยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 111 ฉบับ มูลค่า 160.5 ล้านบาท อายัดทรัพย์สินอีก 100 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 260.5 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า จังหวัดนครพนม มีนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนมาก แต่ที่ยิ่งใหญ่มีเครือข่ายมากที่สุด อยู่ใน อ.ศรีสงคราม จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาข้อมูล แต่เนื่องจากนายทุนรายนี้มีอิทธิพลมาก การสืบสวนสอบสวนจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ลงวันที่ 22 ม.ค.62 จับกุม น.ส.กุหลาบ เรืองวรบูรณ์ อายุ 49 ปี และนายอิทธิพล เรือง วรบูรณ์ อายุ 72 ปี หรือกำนันโป้ย อดีตส.ว.นครพนม โดยทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด

จากนั้นชุดปฏิบัติการนำโดยศูนย์ปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ถนนสายท่าแร่-ศรีสงคราม เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม

พร้อมเรียกนายอิทธิพลหรือกำนันโป้ยพร้อมกับแสดงหมายจับ เข้าตรวจค้นทรัพย์สิน

เบื้องต้นยึดและอายัดทรัพย์ผู้ต้องหา มูลค่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ 4 คูหา บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง อาวุธปืน 5 กระบอก รถยนต์ 3 คัน ส่วนทอง รูปพรรณ หนัก 130 บาท ยึดจากร้านทองบานเย็น กับร้านทองกุหลาบ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายทองในเครือข่ายของกำนันโป้ย สำหรับ น.ส.กุหลาบผู้เป็นลูกสาวของกำนันโป้ยนั้น ถูกจับกุมตัวได้ที่ช่องผู้โดยสารขาเข้า สนามบินจังหวัดสกลนคร เวลา 10.30 น. ขณะลงเครื่องจะเดินทางกลับบ้านที่อำเภอศรีสงคราม โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ถูกจับ เป็นพ่อและพี่สาวของนายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ผู้สมัครส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทย

  • ‘แม่-ย่า’ว่าที่ส.ส.ศรีสะเกษก็โดน

ต่อด้วยเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งเป็นวันรับสมัครส.ส.วันแรก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็นำกำลังปูพรมตรวจค้น 33 จุด 8 จังหวัด ในพื้นที่ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และ นครสวรรค์

โดยที่จ.ศรีสะเกษ ค้นบ้านเลขที่ 75 ม.4 ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางสุนีย์ อินฉัตร อดีตส.ว.ศรีสะเกษ และน.ส.มาลินี อินฉัตร อดีตส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ตรวจค้นพบโฉนดที่ดินและ น.ส. 3 จำนวน 214 ฉบับ มีชื่อของนางสุนีย์ และบุคคลในครอบครัวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม

จากการตรวจสอบพบว่า มี น.ส.ภรณ์ทิพย์ ชิณจักร เป็นผู้หาซื้อที่ดินให้กับนางสุนีย์ พบความผิดปกติในการซื้อขายที่ดิน โดยเจ้าของที่ดินเดิมขายให้กับ น.ส.ภรณ์ทิพย์ แต่ในวันถัดมา หรือภายในระยะไม่นาน น.ส.ภรณ์ทิพย์ขายที่ดินให้กับนางสุนีย์ ทั้งๆ ที่การซื้อขายที่ดินภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จะต้องมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราที่สูง จึงเชื่อว่าน.ส.ภรณ์ทิพย์ เป็นเพียงตัวแทนของนางสุนีย์

นอกจากนี้ ยังพบทั้งคู่ยังมีความผิดเกี่ยวกับเรื่องคดีเช็ค จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นางสุนีย์ น.ส.มาลินี น.ส.ภรณ์ทิพย์ ชิณจักร น.ส.พรทิพย์ พิกุลทองทรัพย์ และนายจตุพล โตรักษา ทั้งหมดเข้ามอบตัว ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และซ่องโจร

เมื่อตรวจสอบพบว่า สำหรับนางมาลินีเป็นแม่ของนายอธิป อินฉัตร ผู้สมัครส.ส.เขต 6 ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ขณะที่นางสุนีย์ มีศักดิ์เป็นย่าของนายอธิปเช่นกัน

จึงไม่แปลกที่จะถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า เป็นการทำหน้าที่ตามนโยบายของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกันกับทุกคน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม

ยืนยันไม่ใช่เรื่องการเมือง

บทความก่อนหน้านี้โซลชาร์ ซูฮกแข้งผีฟอร์มแจ่ม – รานิเอรี บ่นอุบฟูแลมทิ้งโอกาสจนเสียท่าเอง
บทความถัดไปไม่ปล่อยหลุดมือนาน! หงส์แดง ยึดจ่าฝูงคืนหลังเปิดบ้านถลุง บอร์นมัธ