พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี

 

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี – เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ยังไม่คลี่คลายสักที สำหรับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ก่อนหน้านี้มีทีท่าจะดีขึ้นเพราะความพยายามที่จะเจรจาร่วมกัน

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี
ตรวจสอบจุดบึ้ม

แต่สุดท้ายก็ต้องหยุดชะงัก เพราะเมื่อมีการรัฐประหาร นโยบายต่อเรื่องดังกล่าวก็ปรับเปลี่ยนไป

ขณะที่การทุ่มงบประมาณลงไปแก้ปัญหาก็เพิ่มพูนคูณทวี จนสังคมจับตาว่าเรื่องจะไปจบลงที่ใด

ล่าสุดความรุนแรงแผ่ขยายพื้นที่ ครั้งนี้เกิดขึ้นนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง

หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่ อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2561

ครั้งนี้มาก่อเหตุถึง 2 จังหวัด คือสตูล และพัทลุง

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี
บึ้มสภ.เมืองสตูล

แน่นอนว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ และที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดก็คือการรำลึกครบรอบ 110 ปี สนธิสัญญาให้อังกฤษปกครองมลายู

ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ด้วย

จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องไปพิจารณาว่าปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร

และถึงเวลาที่ต้องทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาแล้วหรือไม่

บึ้ม14จุดระทึกสตูล-พัทลุง

เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 9 มี.ค. โดยที่จ.สตูล มีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ที่ถังขยะ ตรงเสาไฟฟ้านอกรั้วหน้าสภ.เมือง จ.สตูล ถนนยาตราสวัสดี ต.พิมาน อ.เมือง

โดยระเบิดดังกล่าวทำงานเมื่อเวลา 22.30 น. จากนั้นอีก 15 นาที เกิดระเบิดซ้ำอีกที่จุดจอดรถของกลาง ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ส่งผลให้กำแพงรั้ว และกระจกห้องสืบ และห้องธุรการ สภ.เมืองสตูลเสียหาย

ต่อมาเวลา 04.20 น. วันที่ 10 มี.ค. เกิดเหตุระเบิดใกล้ร้านขายของชำ ตรงข้ามห้างแม็คโคร ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล อีก 2 ลูก และเวลา 10.50 น. เกิดระเบิดที่ร้านขายแผงลอยถนนยนตรการ กำธร อ.เมือง จ.สตูล ตรงข้ามปั๊มน้ำมันปตท. ทั้งหมดไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ยังพบวัตถุต้องสงสัยอีก 3 จุด บริเวณร้านค้าใกล้หัวสะพานตายาย และบริเวณพุ่มต้นไม้ หน้าโรงแรมวังใหม่ อ.เมือง จ.สตูล

ทั้งนี้ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแบบแสวงเครื่อง ลักษณะคล้ายกับที่ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมีเบาะแสจากกล้องวงจรปิด พบชายขี่จยย.ที่ใช้ซุกระเบิดเข้ามาจอดภายในลานจอดรถของกลาง ของสภ.เมืองสตูล

นอกจากนี้ที่ร้านขายของชำหน้าห้างแม็คโคร ก็พบภาพชายต้องสงสัย 2 คน นำวัตถุต้องสงสัยมาวางไว้

ขณะที่ จ.พัทลุง ก็เกิดเหตุระเบิดป่วนอีก 11 จุด ช่วงกลางดึกวันที่ 9 มี.ค.เช่นกัน โดยจุดแรกเกิดที่ภายในร้านขายของชำ ม.3 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน 2.ระเบิดภายในร้านขายของชำ ม.11 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน 3.ระเบิดในพื้นที่ ม.11 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี
เก็บกู้ระเบิดที่พัทลุง

4.พบวัตถุต้องสงสัย ในพื้นที่ ม.9 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน 5.ระเบิดภายในร้านขายรถจักรยาน เลขที่ 867/5 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน 6.ระเบิดบริเวณถังขยะด้านหลังโรงเรียนอนุบาลปากพะยูน 7.เหตุเกิดที่ ม.1 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน 8.พบจุดสงสัยอีก 1 จุด ที่หลังป้ายเทศบาล ต.ปากพะยูน 9.-10. เกิดเหตุระเบิดที่สวนสาธารณะ หน้าสถานีรถไฟพัทลุง

ขณะที่จุดที่ 11 เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย ที่บ้านพักร้างติดกับรั้ว กำแพงของสภ.ปากพะยูน ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ประชุมติดตามสถานการณ์

เมื่อตรวจสอบวงจรปิดก็พบว่าในช่วงเวลา 04.00-04.30 น. มีผู้ต้องสงสัยชาย 2 คน ขี่จักรยานยนต์แบบผู้หญิง สะพายกระเป๋าเป้ไว้ด้านหลัง ขี่รถวนเวียนไปตามจุดต่างๆ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้น และระเบิดทั้งหมดเป็นไปป์บอมบ์

ทุกจุดไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็สร้างความ หวาดผวาได้พอสมควร

■ หน่วยความมั่นคงหวั่นการเมือง

หลังจากเกิดเหตุระทึก คำถามที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คือสาเหตุของระเบิดเหล่านี้เกิดจากอะไรกันแน่ โดยเบื้องต้น พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและกำลังพลทุกนาย แม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็ตาม

นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับฝ่ายความมั่นคงทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปฏิบัติการรักษาความสงบและปลอดภัยอย่าง เข้มงวด รวมทั้งไล่ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

สำหรับสาเหตุของการลอบวางระเบิดนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเพื่อระบุถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่ผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

พลิกปมไฟใต้ขยายวง บึ้ม15จุด‘สตูล-พัทลุง’รำลึกครบ110ปาตานี สั่งยกระดับเข้มรปภ. : แฟ้มคดี
ประวิตรบินลงใต้

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและฝ่ายข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความสำคัญในการติดตามเชื่อมโยงงานข่าวความเคลื่อนไหวของเครือข่ายกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ผ่านมา ให้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองหลายจุดในพื้นที่ จ.สตูล และ จ.พัทลุง

คาดว่าเป็นการกระทำของเครือข่ายกลุ่มที่สูญเสียประโยชน์ และต้องการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล

พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ และร่วมกันเฝ้าระวังความปลอดภัยทุกพื้นที่ โดยหากพบเห็น หรือสังเกตพบคนแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ หรือแจ้ง 191 ทันที

ก้ำกึ่งจะเป็นเรื่องไฟใต้หรือการเมือง

■ ชี้ปมรำลึก110ปาตานี

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ยกระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เข้มงวดขึ้นจนเต็มรูปแบบ ทั้งสงขลา ภูเก็ต กระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวขวักไขว่ เพราะเกรงจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ(ตร.) กล่าวว่า ผบ.ตร. สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและมาตรด้านการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่ทำการบันทึกและสำรวจตรวจตราบุคคลที่เข้ามาบริเวณพื้นที่โดยรอบ

 

รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง

เข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

โดยพล.อ.ประวิตร พร้อมพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ก็บินลงใต้ เพื่อประชุมหารือรับสถานการณ์

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมด ประกอบกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการพ่นสีข้อความ PATTANI 110 ในหลายพื้นที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็พอจะได้เค้าว่าที่จริงแล้วน่าจะเป็นการลงมือเพื่อเป็นสัญลักษณ์การรำลึกครบรอบ 110 ปี สนธิสัญญายกพื้นที่แหลมมลายูให้อังกฤษปกครอง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 1909 และน่าจะ เกี่ยวพันกับวันที่ 13 มี.ค. 1909 เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ใน การหายสาบสูญของนายหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ด้วย

จึงเป็นเรื่องสถานการณ์ใต้ที่ลุกลามบานปลายอย่างชัดเจน

นอกจากนี้พล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พยานหลักฐาน คาดว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดนางเงือก แหลมสมิหลา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2561 เนื่องจากพบวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงยานพาหนะที่กลุ่มคนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นชนิดเดียวกัน

ส่วนกลุ่มคนร้ายนั้นจากการสืบสวนและการข่าวสันนิษฐานว่ามี 2 คน แต่ไม่เกิน 6 คน เป็นกลุ่มที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่คนในพื้นที่เกิดเหตุ โดยประกอบระเบิดจากพื้นที่อื่นแล้วนำมาก่อเหตุ ลักษณะเหตุการณ์นอกจากเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดนางเงือกแล้ว ยังคล้ายคลึงกับเหตุความไม่สงบอีกหลายเหตุใน จ.นราธิวาส

ย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และตอบไม่ได้ว่าคนที่ก่อเหตุเป็นระดับปฏิบัติการ หรือระดับสั่งการ

ไม่ใช่การเมือง แต่เป็นเรื่องไฟใต้ชัดเจน

บทความก่อนหน้านี้‘Audi e-tron’เอสยูวีไฟฟ้า สวยกระชากใจ-แฝงไฮเทค
บทความถัดไปรายการพิเศษเลือกตั้ง 62 สื่อในเครือมติชน : ข่าวข้นคนเข้ม