ล่า8ด.‘สาวโอปอ’จนมุม
เหยื่อแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่
หน้าจวนผวจ.กาฬสินธุ์
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ล่า8ด.‘สาวโอปอ’จนมุม – ชื่อของ น.ส.โอปอ หรือ น.ส.ประภาพรรณ ภูอุทา กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหลังหายเข้ากลีบเมฆไปร่วม 8 เดือน จากคดีที่เจ้าตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจกาฬสินธุ์ว่าถูกคนร้ายจับตัวไปเรียก ค่าไถ่ ก่อนจะหลบหนีออกมาได้ เหตุเกิดบริเวณถนนหน้าจวนผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา
ก่อนที่คดีจะพลิกเมื่อกลับกลายเป็นว่า เป็นการทวงหนี้ค่ายาเสพติด และเจ้าตัวมีหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม คดีค้ายาบ้า 4,000 เม็ด เมื่อรู้ว่าตนเองตกเป็นผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้า จึงแก้เกมตำรวจด้วยการเข้าร้องเรียนนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งและจะนำหลักฐานที่มีเจ้าหน้าที่เอี่ยวยาเสพติดไปมอบให้กับศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ แต่หลังจากให้ข้อมูลเจ้าตัวก็อาศัยจังหวะหลบหนีและหายตัวไป

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ แถลง
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ห้องประชุมชัยสุนทร ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัณหา รองผกก. (สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ผกก.สืบสวนภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.วิเชียร ศรีจันทร์ รองผกก.(สืบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ปรัชญา ต้นกันยา สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์และชุดสืบสวนภ.จว.กาฬสินธุ์
ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว น.ส.ประภาพรรณ ภูอุทา หรือโอปอ อายุ 26 ปี ชาว ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ จ.251/2561 ลง 20 ก.ค. 2561 ข้อหาหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคามที่ จ.164/2561 ลง 21 ส.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ นำโดย ร.ต.อ.อมร เดชศรี รองสว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 69 ม.4 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ขณะที่ ผู้ต้องหากลับมาที่บ้านเมื่อช่วงคืนวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา

ร้องนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เปิดเผยว่า น.ส.ประภาพรรณเป็นผู้เสียหายในคดีคนร้ายขับรถปาดหน้า แล้วฉุดขึ้นรถไปเรียกค่าไถ่ที่บริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯ ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 61 โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 5 คน จากการสอบสวนพบว่าไม่ใช่การเรียกค่าไถ่ แต่เป็นการทวงหนี้ที่ติดค้างกัน
จากนั้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 61 ตำรวจจับกุมตัวนายบรรณวิทย์ หรือกระทิง กนกหงส์ พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ที่ห้องพักแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล ทราบว่าน.ส.ประภาพรรณ หรือโอปอ ซึ่งเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของนายบรรณวิทย์ เป็นผู้ที่เปิดห้องพักดังกล่าวไว้ และมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ จากศาลจังหวัดมหาสารคามในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย
จากนั้นเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ จับกุมตัวน.ส.ประภาพรรณ หลังจากเดินทางไปขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวด้วย

นาทีจับคาบ้าน
แต่ในระหว่างขั้นตอนจะนำตัวส่งไปยังพนักงานสอบสวน สภ.มหาสารคาม น.ส.ประภาพรรณฉวยโอกาสหลบหนีไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ส่งชุดออกติดตามหาตัวทั้งในตัวจังหวัด ต่างจังหวัด และประเทศฝั่งเพื่อนบ้าน แต่ก็ยังไม่พบว่า น.ส.ประภาพรรณไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด
เจ้าหน้าที่ก็ยังติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งผ่านไปประมาณ 8 เดือน ทราบว่าน.ส.โอปอ ปล่อยข่าวลวงว่าอยู่นอกประเทศ แต่แท้ที่จริงแล้วหลบหนีอยู่ในพื้นที่ กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า น.ส.ประภาพรรณ เดินทางกลับมาที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ดักซุ่ม จนมั่นใจว่าไม่ผิดตัวแน่จึงเข้าควบคุมตัว โดยกรณีนี้ต้องแยกเป็น 2 คดี คือเรื่องของการลักพาตัว และเรื่องของยาเสพติด เป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ
ส่วนกรณีที่น.ส.ประภาพรรณ ไปร้องกับศูนย์ดำรงธรรมและอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเพียงการกล่าวอ้างเท่านั้น เนื่องจากตนเองตกเป็นผู้ต้องหานั่นเอง