ย้อนคดีสงกรานต์เลือด

แก๊งโจ๋สาดกระสุนว่อน

‘น้องมิ้ม’สาว17ดับสลด

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

 

ย้อนคดีสงกรานต์เลือด แก๊งโจ๋สาดกระสุนว่อน ‘น้องมิ้ม’สาว17ดับสลด : สดจากสนามข่าว – บรรยากาศภายในฌาปนสถาน วัดหนองเต่า ต.ภูมิ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เมื่อบ่ายวันที่ 22 เม.ย. เต็มไปด้วยความเศร้าสลด เสียงร้องไห้คร่ำครวญ ดังระงมปนกับเสียงเพลง “สุดที่รัก” และ เพลง “เราและนาย” ที่เพื่อนๆ ของน้องมิ้ม หรือ น.ส.ปิยะธิดา มั่งมี วัย 17 ปี ร่วมกันร้องเพื่อไว้อาลัยให้กับสาวเคราะห์ร้าย ที่ถูกลูกหลงจากกลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนทะเลาะวิวาทยิงเสียชีวิต ขณะเล่นสงกรานต์ใน อ.ทับคล้อ

ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท. พิทยา มณีวรรณ สารวัตรเวร สภ.ทับคล้อ รับแจ้งเหตุยิงกันภายในงานสงกรานต์ อ.ทับคล้อ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 113 ถนนเขาทราย-ตะพานหิน จ.พิจิตร หลังรับแจ้งจึงรายงาน พล.ต.ต.ธวัธชัย มวลนรา ผบก.ภ.จว.พิจิตร และ พ.ต.อ.วิเชียร ตรีอุดม ผกก.สภ.ทับคล้อ และรุดไปตรวจสอบ

น.ส.ปิยะธิดา มั่งมี น้องมิ้ม วัย 17 ปี

ที่เกิดเหตุมีการปิดถนนเล่นสงกรานต์ พบร่างของน้องมิ้ม ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณหน้าอก 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน ห่างกันพบผู้บาดเจ็บอีก 3 คน ถูกยิงด้วยปืนลูกซอง เป็น ด.ช.อายุ 13 ปี, นายบี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ นายทศพล สอนพุฒ อายุ 33 ปี จึงนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทับคล้อ

สอบสวนทราบว่า เทศบาลทับคล้อได้จัดงานประเพณีสงกรานต์ บริเวณวัดมงคลทับคล้อ ปรากฏว่าประชาชนจำนวนมากแห่เล่นสงกรานต์ จนทะลักออกมาเล่นบนถนนทางหลวงหมายเลข 113 ซึ่งจะมีการปิดถนนเล่นทุกปี กลุ่มของน้องมิ้มและเพื่อนๆ ขับรถยนต์ไปจอดบนไหล่ถนนและเปิดเพลงลงไปเล่นสาดน้ำและเต้นรำบนถนนกันอย่างสนุกสนาน

จู่ๆ มีกลุ่มวัยรุ่นจากตะพานหิน ขับรถยนต์กันมาประมาณ 10 คน ใช้ปืนยิงใส่เข้าไปในกลุ่มของน้องมิ้มกับพวก จนเป็นเหตุให้เจ้าตัวถูกกระสุนปืนเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บ 3 รายดังกล่าว

นายวีรวัฒน์ พงษ์รื่น หรือโต้ง

ต่อมาวันที่ 19 เม.ย. พ.ต.อ.วิเชียร ตรีอุดม ผู้กำกับ สภ.ทับคล้อ พ.ต.ท.พิทยา มณีวรรณ สารวัตรเวร สภ.ทับคล้อ จ.พิจิตร นำหมายศาลจังหวัดพิจิตร เข้าจับกุมตัว นายวีรวัฒน์ พงษ์รื่น หรือ โต้ง อายุ 20 ปี ชาว ต.วังสำโรง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ได้ที่บ้านญาติ ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพบอาวุธปืนขนาด .32 จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

โดยมีพยานยืนยันว่านายวีรวัฒน์ เป็นผู้ก่อเหตุ เปิดฉากยิงปืนใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริ โดยใช้กลุ่มของสาวเคราะห์ร้ายเป็นโล่ป้องกัน จนอีกฝ่ายยิงตอบโต้จนเกิดเหตุสลดขึ้น จากนั้นควบคุมตัวไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวกลับมาสอบสวน

ด้าน พล.ต.ต.ธวัธชัย มวลนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร เผยว่าจากการที่เรียกสอบพยาน พบว่าวันเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม กลุ่มละประมาณ 10 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามกันมา โดยวัยรุ่นกลุ่มแรกคือกลุ่มนายวีรวัฒน์ จอดรถหลังรถยนต์ของกลุ่มผู้ตายกับเพื่อนๆ ที่กำลังยืนเต้นกันอยู่

จากนั้นนายวีรวัฒน์เข้ามาในกลุ่มของผู้ตาย แล้วใช้ปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มที่ 2 ที่อยู่บริเวณกลางถนน โดยใช้กลุ่มของผู้ตายเป็นโล่บังกระสุน กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มที่ 2 จึงเปิดฉากยิงปืนสาดกระสุนสวนกลับมาหลายนัด จนเป็นเหตุให้ น.ส.ปิยะธิดาถูกลูกหลง ถึงแก่ความตายและเพื่อนๆ ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งในที่เกิดเหตุพบมีลูกกระสุนปืน 2 ชนิด ทั้งลูกขนาด 9 ม.ม. และขนาด .32

“คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ ผมสั่งการให้ ผกก.ทับคล้อเร่งจับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 กลุ่ม ซึ่งหากใครเกี่ยวข้องจับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าของใคร คงไม่ไว้หน้า อยากฝากบอกกับผู้ปกครองน้องปิยะธิดาผู้เสียชีวิตว่า อย่าห่วง จะจับให้หมดคนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ หากผู้กระทำผิดรู้ตัว ไม่ต้องหลบหนีขอให้มามอบตัว ถึงอย่างไรก็ต้องจับให้ได้อยู่แล้ว” พล.ต.ต.ธวัธชัยกล่าว

นายวีรวัฒน์ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกับคู่อริในงานจริง โดยตนพกพาอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .32 พร้อมลูกกระสุน จำนวน 12 นัด โดยมีเพื่อนชื่อนายแสบ ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ขณะขี่จยย.เที่ยวเล่นในงาน พบกลุ่มคู่อริขับขี่รถมาประมาณ 20 คน

มีนายกบ ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง เป็นหัวโจก นายวีรวัฒน์อ้างว่า กลุ่มของตนเองถูกตบด้วยปืนและยิงปืนใส่ก่อน ตนจึงยิงสวนเข้าไปในกลุ่มคู่อริ โดยยิงไปทั้งหมดในรังเพลิงจำนวน 6 นัด ยิงออกไปได้ 4 นัด ด้าน 2 นัด จากนั้นหลบหนีไป ก่อนที่จะถูกจับในที่สุด

เจ้าตัวยังบอกอีกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมจะรับผิดหากกระสุนที่ทำให้น้องมิ้มเสียชีวิต มาจากปืนของตนเอง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้ง 3 ข้อหา ฆ่า พยายามฆ่า และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเตรียมออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริเพิ่มอีก 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ

ขณะที่นางยุพิน นุ้ยวรรณ อายุ 45 ปี มารดาน้องมิ้ม ระบุว่า ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งทำคดี จับผู้ก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่น ตนเองกลัวคดีจะเงียบหาย เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งลูกตนเองเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากความคึกคะนองจากวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มนี้

อีกหนึ่งชีวิตที่ต้องเซ่นสังเวยให้กับความกร่างของแก๊งวัยรุ่นหัวร้อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน