ปิดคดีโจรขี้ยาอาละวาด

จี้เหยื่อหญิงชรา-ดับสลด

ติดหนักเสพวันละ50เม็ด

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ปิดคดีโจรขี้ยาอาละวาด – “ผมติดยาบ้าอย่างหนัก ต้องเสพวันละ 50 เม็ด เงินที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ก็นำไปซื้อยาบ้ามาเสพทั้งหมด” คำรับสารภาพภายหลังสิ้นอิสรภาพ ของ นายวีระศักดิ์ จันทะสุระ หรือ เบนซ์ อายุ 21 ปี โจรขี้ยาที่ตระเวนก่อเหตุไปทั่ว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

11.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่หน้า บก.ภ.จว.มหาสารคาม พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม, พ.ต.อ.วีระเดช เลขะวรกุล รอง ผบก.ภ. จว.มหาสารคาม, พ.ต.อ.ภูมี อีคะละ ผกก.สภ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม, พ.ต.อ. ธนวัฒน์ ห่านดำ ผกก.สภ.เขวาใหญ่ จ.มหาสารคาม พร้อมตำรวจและทหาร ร่วมกันแถลงจับกุมนายวีระศักดิ์ จันทะสุระ หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี ชาว ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

สดจากสนามข่าว

พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม แถลง

พร้อมของกลางยาบ้า 328 เม็ด, รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีขาว-ดำ ไม่ติด แผ่นป้ายทะเบียน, รถจยย.ฮอนด้า ซีบี150 สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, หมวกกันน็อกสีดำ, เสื้อคลุมสีดำ, เสื้อยืดสีเทา, มีดสปาร์ตา ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร 1 เล่ม และเมมโมรีการ์ด 20 อัน หลังจากผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ สภ.โกสุมพิสัย และ สภ.เขวาใหญ่ จ.มหาสารคาม รวม 5 ครั้ง กระทั่งเป็นเหตุให้เจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นหญิงชราถึงแก่ความตาย

พล.ต.ต.อภิศักดิ์กล่าวว่า นายวีระศักดิ์ ตระเวนออกชิงทรัพย์ในหลายท้องที่ รวม 5 ครั้ง โดย 4 ครั้งเกิดขึ้นที่พื้นที่ สภ.โกสุมพิสัย เมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. ที่ถนนคลองชลประทานบ้านเลิงใต้-เลิงบัว ต.เลิงใต้ วันที่ 19 มิ.ย. ก่อเหตุที่ปากทางเข้าหมู่บ้านโนนขอนทอย ต.เลิงใต้ โดยใช้รถจยย.ตามประกบแม่ค้าขายผักแล้วใช้ไม้ฟาดหน้าจนรถเสียหลักล้มแล้วใช้มีดสปาร์ตาไล่ตามไปฟันแล้วชิงทรัพย์สินไป ที่บริเวณถนนสายบ้านแห่ใต้-บ้าน หัวช้าง หมู่ 2 ต.แห่ใต้

วันที่ 21 มิ.ย.ก่อเหตุที่บ้านเลขที่ 101 บ้านดอนเงิน ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย และวันที่ 24 มิ.ย.ก่อเหตุที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 9 บ้านโนนสุวรรณ ต.ยางน้อย อ.โกสุม พิสัย โดยครั้งที่ 4 นายวีระศักดิ์ได้เข้าไปทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ น.ส.นวลจันทร์ จุฑานันท์ อายุ 71 ปี ที่บ้านดอนเงิน ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สดจากสนามข่าว

เอาทองไปขาย

ทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นจี้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมจี้ทองน้ำหนักประมาณ 50 สตางค์ บัตรเติมเงินโทรศัพท์ 100 ใบ และเงินขายของจำนวนหนึ่ง

หลังเกิดเหตุติดต่อกันหลายครั้ง ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องสงสัยใช้รถจยย.ฮอนด้าคลิกเป็นพาหนะ พร้อมประสานข้อมูลกับตำรวจ สภ.โกสุมพิสัย ซึ่งมีเขตรับผิดชอบติดต่อกัน จึงทราบว่าคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่ามีบุคคลนำจี้สร้อยคอทองคำที่มีลักษณะตรงกันกับของน.ส.นวลจันทร์ ไปจำนำที่ร้านทองแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ สภ.เขวาใหญ่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบภาพวงจรปิดและข้อมูลแล้วพบว่าเป็นนายวีระศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุม จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการสังเกตพบว่าผู้ต้องหาวนเวียนก่อเหตุในพื้นที่ ทำมาแล้ว 5 ครั้ง โดยเน้นเหยื่อที่เป็นผู้หญิงและคนแก่

สดจากสนามข่าว

ภาพขณะจับกุม

จากการสอบปากคำนายวีระศักดิ์ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์จริง จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านและบ้านญาติ 2 หลัง เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบหมวกกันน็อก เสื้อแจ๊กเกต ที่ใช้ในวันก่อเหตุ มีดสปาร์ตา ยาว 60 ซ.ม. และยาบ้า 328 เม็ด พร้อมทรัพย์สินของผู้เสียหาย อีกหลายรายการ

โดยนายวีระศักดิ์บอกว่าเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาได้ประมาณ 5 เดือน ไม่มีงานทำ และติดยาบ้าอย่างหนัก ต้องเสพวันละ 50 เม็ด เงินที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ก็นำไปซื้อยาบ้ามาเสพทั้งหมด

ขณะที่นางปรวรรณ ศรีครซ้าย อายุ 59 ปี ผู้เสียหายที่ถูกนายวีระศักดิ์ใช้ไม้ฟาดใส่หน้าขณะขี่รถจยย.จนรถล้ม แล้วใช้มีดสปาร์ตาที่เตรียมมาตัดชุดผ้ากันเปื้อนที่ใช้เก็บเงินและโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่จับคนร้ายได้ ชาวบ้านจะได้สบายใจ

ตอนนี้ตนก็ยังรู้สึกกลัว ไม่กล้าเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนเลย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปโดยเร็ว ไม่ให้มามอมเมาเด็กและเยาวชน เพราะเดี๋ยวนี้ยาบ้าหาง่ายเหมือนซื้อขนมกิน จะได้ไม่ต้องมีคนร้ายมาก่อปัญหาอาชญากรรมอีก

ยาบ้าหาง่ายเหมือนซื้อขนมกิน คำพูดจากปากของชาวบ้านที่สะท้อนสถานการณ์ยาเสพติดในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี

โดย เชิด ขันตี ณ พล/สุรเชษ สัจจลักษณ์/เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน