ผ่าคดีฆ่าสยองบึงกาฬ
เผาทั้งเป็นหลวงพ่อแต
ที่แท้ฝีมือพระลูกศิษย์
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ผ่าคดีฆ่าสยองบึงกาฬเผาทั้งเป็นหลวงพ่อแตที่แท้ฝีมือพระลูกศิษย์ : คดีฆ่าเผาทั้งเป็น ‘หลวงพ่อแต’ หรือพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือขันติธโร อายุ 53 ปี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมพระประเสริฐเกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง หมู่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านยิ่งนัก
ด้วยหลวงพ่อแตเป็นพระนักพัฒนา ทั้งมีความรู้ด้านสมุนไพรและเครื่องรางของขลัง คอยช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยที่มาขอความช่วยเหลือ จนได้รับการนับถือจากชาวบ้านว่าเป็นพระนักบุญ

พระบัญชา ศุดภกิจโจ มือฆ่าเผา
ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ร.ต.ท.สุทธิศักดิ์ ลาภภิญโญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุพบศพพระถูกไฟคลอกมรณภาพภายในกุฏิ สำนักสงฆ์พระประเสริฐเกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง หมู่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จึงประสานแพทย์ร.พ.โซ่พิสัย ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ รอง ผบก. พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากวิสุทธิ์ ผกก.นฟ.ภ.4 พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.สภ.โซ่พิสัย พ.ต.ท.ชาติชาย พัฒนาสุข รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.หาญชนะ พรมดี สว.สส. ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไล จุดโซ่พิสัย

ทำแผนนาทีใส่ไฟ
ที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ อยู่ท่ามกลางสวนยางพารา ห่างจากบ้านชาวบ้าน 200 เมตร พบชาวบ้านและลูกศิษย์จำนวนมาก ภายในกุฏิพบศพพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือ หลวงพ่อแต อายุ 53 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ สภาพถูกไฟเผาผิวหนังไหม้เกรียมทั้งตัว ข้าวของในกุฏิกระจัดกระจายเกลื่อน โดยมีผ้าเหลืองพันไม้ชุบน้ำมันตกอยู่ 2 อัน หมวกไอ้โม่งและเศษซากแกลลอนน้ำมัน 2 แกลลอน นอกจากนั้นยังมีหยดเลือดกระเซ็นติดตามฝาผนัง หน้าต่างบานกระจกแตก
สอบสวนทราบว่า หลวงพ่อแตเป็นชาว ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย บวชมาแล้ว 33 พรรษา ชอบทำเครื่องรางของขลัง ทำสมุนไพรแจกญาติโยม โดยปลูกสวนสมุนไพรหลายชนิดไว้หน้ากุฏิ เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยไม่ว่าเวลาไหนก็จะมาให้หลวงพ่อแตรักษาให้ จนเป็นที่ร่่ำลือเล่าขานเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน จึงมีผู้เกิดศรัทธาซื้อที่ดินถวาย 3 ไร่ตั้งเป็นที่สำนักสงฆ์
ด้านพ.ต.ท.ชาติชายเปิดเผยว่า จากการสอบสวนเชิงลึก พบว่าเมื่อไม่นานมานี้มีลูกศิษย์ที่เป็นพระเกิดปัญหาทะเลาะกันเรื่องเงินทอดกฐิน ซึ่งพระผู้ตายไม่เห็นด้วย กรณีเอาชื่อสำนักสงฆ์ไปพิมพ์ซองผ้าป่านำศรัทธามาจากกรุงเทพฯ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
พล.ต.ต.ทิวาสั่งการให้ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบสวนพยานแวดล้อมพร้อมดูข้อมูลจากกล้องวงจรปิด จนพบเห็นรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์ ทะเบียน ตต 9245 กรุงเทพมหานคร เข้ามาวิ่งป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ในเวลาเที่ยงคืนถึงตี 1 ของวันเกิดเหตุ ก่อนพบว่าเป็นรถของนายสมุทร์ วันอุบล อายุ 67 ปี ที่อยู่เลขที่ 60 หมู่ 3 ต.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
จึงติดตามสืบสวนต่อจนทราบว่าคืนวันเกิดเหตุนายสมุทร์ พร้อมด้วยนายทนงศักดิ์ โสดแก้ว อายุ 43 ปี ได้รับว่าจ้างจากพระบัญชา ศุภกิจโจ หรือจันทร์คำ ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสนิทของหลวงพ่อแตให้ไปที่สำนักสงฆ์ กระทั่งเกิดเหตุสยองขึ้น

พระสมจิต ขันติธโร หรือหลวงพ่อแต
เย็นวันที่ 15 ก.ค. ชุดสืบสวนภูธรภาค 4 ชุดสืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ กก.3 กองปราบปราม และ สภ.โซ่พิสัย ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ก่อนควบคุมตัวทั้ง 3 รายนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาสอบสวน จนรับสารภาพ โดยตำรวจให้พระบัญชากล่าวลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูปประจำโรงพัก และตำรวจพิสูจน์หลักฐานบึงกาฬเข้าเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอทั้ง 3 คน เพื่อใช้เปรียบเทียบกับหยดเลือดที่ตกในที่เกิดเหตุ
อดีตพระบัญชาก็รับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพระบุญศรี ซึ่งเป็นญาติกันก่อเหตุจริง แต่ต้องการเพียงแค่สั่งสอนเท่านั้นไม่คิดว่าหลวงพ่อจะถึงกับมรณภาพ โดยพระโหดให้การถึงสาเหตุว่า ก่อนหน้านี้เคยป่วย แล้วมาให้หลวงพ่อแตรักษาจนหาย จึงฝากตัวเป็นศิษย์และนับถือเป็นพ่อบุญธรรม ซึ่งทางหลวงพ่อแตให้ความช่วยเหลือส่งเสียให้มาเรียนถึงในกทม.
ต่อมาปี 60 ได้นำกฐินกองใหญ่จาก กทม.ไปทอดที่วัด แต่ไม่ได้แจ้งหลวงพ่อเอาไว้ก่อน ทำให้มาชนกับกฐินของชาวบ้านที่หลวงพ่อรับเอาไว้ ทางหลวงพ่อแตจึงไม่รับกฐินที่นำมาจนถูกญาติโยมต่อว่าเป็นอันมาก จากนั้นถัดมาก็นำรถยนต์มาถวายหลวงพ่อ
แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อกลับนำไปให้พระวัดอื่นใช้แทน สร้างความไม่พอใจให้เป็นอย่างมาก จึงลงมือก่อเหตุด้วยต้องการจะสั่งสอนให้หายแค้นเท่านั้น ไม่คิดว่าเหตุจะบานปลายถึงขั้นมรณภาพส่วนนายสมุทร์และนายทนงศักดิ์ถูกจ้างให้ขับรถมาเอาเทียนพรรษา โดยจอดรถรออยู่ด้านนอก ไม่ได้ลงมาร่วมก่อเหตุด้วย
ต่อมาในช่วงสาย พล.ต.ต.ทิวา พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง นำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนมารอดูหน้าฆาตกรอำมหิตจำนวนกว่า 400 คน ต่างตะโกนสาปแช่งว่ามาทำกับหลวงพ่อสมจิตทำไม ท่านเป็นคนดีรับเลี้ยงให้เป็นลูกบุญธรรมให้ใช้นามสกุลด้วย ทั้งส่งเสียให้เรียนหนังสือ หลายรายเฮโลเข้ามาจะทำร้ายผู้ต้องหา จนเกิดชุลมุนขึ้น เจ้าหน้าที่จึงรีบพาขึ้นรถตู้หนีไปโดยใช้เวลาทำแผนฯ เพียงสั้นๆ ประมาณ 15 นาที

พฐ.ตรวจที่เกิดเหตุ
วันที่ 18 ก.ค อดีตพระบุญศรี สุภารัตน์ อายุ 61 ปี ผู้ต้องหารายสุดท้ายก็จนมุม โดยสารภาพว่ามีความไม่พอใจหลวงพ่อแตอยู่ก่อนแล้ว เมื่อพระบัญชาซึ่งเป็นญาติมาชวนจึงตกลงร่วมก่อเหตุทันที
หลังสอบสวนจึงถูกควบคุมตัวส่งดำเนินคดี ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นอันปิดคดี
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี
เรื่อง/ภาพ