ย้อนคดีแก๊งอาชีวะดุ ไล่ฆ่าอริต่างสถาบัน หนุ่มช่างกลดับสังเวย

อาวุธปืนของกลาง

ย้อนคดีแก๊งอาชีวะดุ

ไล่ฆ่าอริต่างสถาบัน

หนุ่มช่างกลดับสังเวย

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ปัญหาเด็กนักเรียนไล่ตีกัน ปัญหาที่มีรากเหง้ามาจากการปลูกฝังความคิดผิดๆ จากรุ่นสู่รุ่น จนยากจะแก้ไข ศพแล้วศพเล่าที่ต้องถูกสังเวย เพียงเพราะเลือกเรียนคนละสถาบันก็ถูกกระทำเหมือนไม่ใช่คน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ร.ต.อ.ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งเหตุนักเรียนยกพวกตีกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณหน้าโรงแรมเมเปิล ถนนศรีนครินทร์ แขวงบางนา เขตบางนา กทม. จึงประสานแพทย์นิติเวช ร.พ.จุฬาฯ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง แล้วรุดไป ตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สดจากสนามข่าว
เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบศพนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ นอนหงายอยู่กลางถนน มีบาดแผลถูกยิง เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด ไหล่ขวา 1 นัด และสะโพกขวาอีก 1 นัด บนพื้นมีปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอก ลูกระเบิดปิงปอง 2 ลูก รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 9 กต 8496 กทม.

สอบสวนเพื่อนผู้ตายให้การว่า หลังเลิกเรียนตนพร้อมเพื่อน รวม 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน พากันกลับบ้านย่านบางพลีมาตามถนนเทพรัตน์ เห็นกลุ่มนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีใน จ.สมุทรปราการ กว่า 30 คน ขี่รถไล่ตามจนมาถึงจุดเกิดเหตุแล้วปาระเบิดปิงปองใส่

สดจากสนามข่าว
เก็บพยานหลักฐาน

“จากนั้นขี่เข้าประกบและไปดักหน้าก่อนชักอาวุธปืนยิงใส่จนรถเสียหลักล้ม ทำให้ต่างคนต่างหนีไปคนละทิศคนละทาง โดยยังมีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัดแล้วถึงพากันหลบหนีไป เมื่อเหตุการณ์สงบถึงเห็นนายชนาธิปถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเพื่อนอีกคนถูกยิงบาดเจ็บ สาเหตุน่าจะเข้าใจผิดว่าพวกตนเป็นนักเรียนโรงเรียนคู่อริ เพราะชุดแต่งกายคล้ายกัน” เพื่อนผู้ตายให้การ

ต่อมาพ่อและแม่ผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพลูกชายต่างพากันร่ำไห้เสียใจ โดยผู้เป็นพ่อระบุ คนตายเป็นลูกคนโต เรียนอยู่ชั้นปี 1 สาขาวิชาช่างยนต์ ส่วนคนเล็กอายุ 14 ปี ปกติลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร เพราะเพิ่งเข้าเรียน ไม่มีอาการแสดงใดๆ ที่น่าจะมีคู่อริหรือไปทะเลาะกับใคร ทราบเพียงว่าเวลาไปกลับโรงเรียนต้องไปเป็นกลุ่มๆ

สดจากสนามข่าว
พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 แถลง

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี ผกก.สส.บก.น.5. พ.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผกก.สส.สน.บางนา ชุดสืบสวน สน.บางนา และ บก.น.5 ร่วมประชุมความคืบหน้าของคดี

พล.ต.ต.มงคลเปิดเผยว่า ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 พร้อมฝ่าย สืบสวน สน.บางนา ได้ลงพื้นที่ติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยแบ่งหน้าที่การทำงาน ซึ่งส่วนหนึ่งได้ไปตรวจสอบที่สถาบันของฝั่งผู้ก่อเหตุ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และอีกส่วนหนึ่งได้นำตัวเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาสอบปากคำ จนทราบว่าผู้ร่วมก่อเหตุ มีทั้งหมด 22 คน เป็นผู้ใหญ่ 9 คน และเยาวชน 13 คน ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 12 คัน ในส่วนของผู้ใหญ่ได้ออกหมายจับไปแล้ว 8 คน จับกุมได้แล้ว 7 คน หลบหนีการจับกุม 1 คน คือนายพีรวิชญ์ มูลติด อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 3 โรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในพื้นที่สมุทรปราการ ที่เป็นมือปืน

สดจากสนามข่าว
นายพีรวิชญ์ มูลติด มือปืนจนมุม

ภายหลังกลุ่มนักเรียนอาชีวะหมดทางหนี ทั้งหมดก็ทยอยเข้ามอบตัว ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์และรับสารภาพว่า เป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง ขณะที่นายพีรวิชญ์ ซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายก็ไม่รอด ถูกตำรวจตามไปจับกุมได้ที่บ้านพักย่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

พร้อมทั้งได้นำตัวออกไปค้นหาอาวุธปืนที่นำไปซ่อนอยู่ในที่ทิ้งขยะในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่นายพีรวิชญ์และเพื่อนๆ จะมามั่วสุมกันเป็นประจำ นายพีรวิชญ์ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง อ้างว่าถูกอีกฝ่ายยั่วยุก่อนและเขม่นกันเรื่องสถาบันอยู่แล้ว จึงได้ขับรถไล่ตามพร้อมเพื่อน

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเพื่อนในกลุ่มที่ขับตามกันมาปาระเบิดปิงปองก่อน 1 ลูก ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของผู้ตาย 1 นัด จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน และกระสุนเข้าหลังของผู้ตายฝังในหัวใจจนเสียชีวิตคาที่

สดจากสนามข่าว
อาวุธปืนของกลาง

พล.ต.ต.มงคลเผยอีกว่า สำหรับอาวุธปืนที่ตำรวจพบเป็นปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ยิงได้ครั้งละ 1 นัด นายพีรวิชญ์ยอมรับว่าเป็นเจ้าของปืนดังกล่าว โดยซื้อมาหลายปีแล้วในราคา 2 พันบาท อย่างไรก็ตามได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องของกฎหมาย โทษของการกระทำผิด พกพาอาวุธ ทำร้ายร่างกายมีโทษอย่างไร หรือกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการคัดแยกออกมาทำประวัติ ให้ตระหนักถึงโทษที่จะต้องได้รับและอาจเสียอนาคตได้

อีกหนึ่งศพที่ต้องสังเวยให้กับความคิดผิดๆ ของเยาวชน

โดย พนม คงเจริญ/สมศักดิ์ ชฎารัตน์/สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย/เรื่อง/ภาพ

3.tif
บทความก่อนหน้านี้กบฏฮูตีกร้าวอีก ขีปนาวุธถล่ม 30 ศพ ขบวนสวนสนามทหารเยเมน
บทความถัดไปสหรัฐและไทย