ย้อนคดีปล้นสะท้านสน. ‘เสือดุสิต’ลุยบ่อนไฮโล เด้ง5เสือโรงพักบางเขน

ย้อนคดีปล้นสะท้านสน.

‘เสือดุสิต’ลุยบ่อนไฮโล

เด้ง5เสือโรงพักบางเขน 

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

 สดจากสนามข่าว – พลันที่มีการแชร์ภาพชายสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้น สะพายกระเป๋าคาดเอวไว้ที่ลำตัว ศีรษะล้านมีรอยสักบนศีรษะ ถืออาวุธปืน เข้าไปชิงเงินจาก โต๊ะพนันไฮโล แสดงท่าทีข่มขู่ผู้ที่ไปเล่นพนันในบ่อนทำเอาวงการตำรวจสะเทือน ต่างเช็กข่าวกันให้วุ่นว่าเหตุเกิดในท้องที่ของตนเองหรือเปล่า

แล้วหวยก็มาออกที่ สน.บางเขน เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เสือ ดุสิต” หรือนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน โพสต์ระบุว่า เขาคือคนที่ไปปล้นบ่อน พร้อมข้อความ “ชีวิตผมไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ผมแค่ไปเอาเงินคืน ก็ต้องตามที่ผม ครอบครัวผมไม่เกี่ยว ลูกผู้ชายหน่อยครับ ตราหน้าผมไว้เลย ผมอะเด็กสายไหม เงินแค่นี้ท่านไม่สะดุ้งหรอก ท่านก็คิดสะว่าทำบุญ”

ตรวจที่เกิดเหตุ

ล่าสุดวันที่ 25 ส.ค. ที่ สน.บางเขน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่าจุดเกิดเหตุอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. แต่เมื่อตำรวจไปตรวจสอบกลับพบแต่เพียงห้องว่างเปล่า คาดว่าจะมีการขนย้ายอุปกรณ์การเล่นออกไปหมดแล้ว ขณะที่นายเสือได้ประสานขอเข้ามอบตัว โดยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มาปล้น เพียงแค่ต้องการเงินคืนหลังถูกโกง ซึ่งจะเร่งสอบสวนว่ามีใครร่วมก่อเหตุด้วย

รุ่งขึ้นพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 แถลงจับกุม นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือเสือ ดุสิต อายุ 33 ปี, นายวัชระ หรือโจ๊ก มากจงดี อายุ 22 ปี, นายอนนต์เศรษฐ์ หรือตั้ม อวยพร อายุ 20 ปี, นายสัมภาษณ์ หรือโอ๋ โสภี อายุ 27 ปีพร้อมด้วยของกลาง ปืนบีบีกัน ชนิดออโตเมติก สีดำ 2 กระบอก

สอบ4ผู้ต้องหา

พล.ต.ต.เอกชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ และ นายมานิตย์ ใช้ประทุม ได้เข้ามาพบตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน และให้การว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันจริง โดยสถานที่จัดให้เล่นอยู่ที่อาคารไม่มีเลขที่ ซ.พหลโยธิน 50 แยก 1

น.ส.ปัญภรณ์ รับว่าเป็นเจ้ามือ ส่วนนายมานิตย์ รับว่าเป็นเจ้าของสถานที่ โดยทั้งสองจัดให้มีการเล่นการพนันไฮโล ต่อมาราวตี 3 ของวันที่ 24 ส.ค. นายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ดุสิต และนายวัชระ หรือโจ๊ก บุกเข้ามาภายในบ่อน พร้อมกับใช้ปืนขู่ โดยมีนายอนนต์เศรษฐ์ และนายสัมภาษณ์ ยืนคุมเชิง

นาทีปล้น

ทั้งหมดได้เงินไป 12,000 บาท ซึ่งก่อนหน้า นายสัมฤทธิ์กับพวกได้เข้าร่วมเล่นและเสียพนันไปจำนวนมากและเข้าใจผิดว่าถูกโกง จึงชักปืนออกมาขู่เพื่อเอาเงินที่เสียพนันไป หลังจากนั้นได้มีการเคลียร์กับนายมานิตย์ และได้สอบถามนายสัมฤทธิ์ว่าเสียเงินไปเท่าใด ซึ่งนายสัมฤทธิ์ตอบว่าประมาณ 15,500 บาท นายมานิตย์ จึงนำเงินอีก 3,500 บาท ให้นายสัมฤทธิ์ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่เล่นเสียพนันไปและแยกย้ายกัน

แต่เมื่อปรากฏเป็นเหตุตามสื่อที่เผยแพร่ จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์พร้อมพวกรวม 4 คน ในข้อหาปล้นทรัพย์ โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ รับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง เนื่องจากเข้าใจว่าตนเองถูกโกงจากการเล่นการพนัน จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

คุม‘เสือ ดุสิต’ฝากขัง

ขณะที่ นายสัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ตั้งใจไปปล้น บ่อน ไม่มีนายหรือมีใบสั่งจากใคร ทราบว่ามีบ่อนพนันเปิดที่ ซ.พหลโยธิน 50 แยก 1 ก็เลยไปเล่น แต่เห็นพิรุธว่าเล่นเท่าไรก็ไม่ได้เงิน จึงรู้สึกโกรธเชื่อว่าถูกโกงพนัน จึงพาพวกมาเอาเงินคืนจากบ่อนพนัน ยืนยันว่าเงินที่ตนได้จากโต๊ะพนันก็แค่หมื่นกว่าบาท ไม่ได้เป็นหลักแสนตามที่มีข่าวนำเสนอ ยอมรับว่ารู้จักกับเจ้าของบ่อน และอยากบอกสังคมว่า ถ้าทราบว่าบ่อนพนันมีการโกง ก็ไม่ควรไปเล่น ส่วนตัวเองก็จะเล่นพนันแบบนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังพ้นโทษก็ตั้งใจจะทำมาหากินสุจริต

คดีนี้ตำรวจแยกดำเนินการเป็น 2 คดี คือคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ คดีลักลอบเปิด บ่อนการพนันและคดีเล่นการพนัน โดย นายสัมฤทธิ์กับพวกถูกส่งฟ้องในคดีเล่นการพนันก่อนถูกศาลสั่งปรับคนละ 2 พันบาท ส่วนคดีร่อวกันปล้นทรัพย์ยังรอสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป

นายมานิตย์และน.ส.ปัญภรณ์ ถูกส่งฟ้องในข้อหาเปิดบ่อนพนัน ซึ่งถูกศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 2 พันบาท แต่ยังปรานีให้โทษจำรอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี

แผนผังคดี

ผลของการปล้นครั้งนี้ยังสะเทือนไปถึงโรงพักบางเขนเจ้าของพื้นที่ด้วย โดย 5 เสือสน.ประกอบด้วยพ.ต.ท.ธนาพันธุ์ ผดุงการ รองผกก. (สอบสวน) สน.บางเขน พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รองผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรศาสตร์ รองผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ท.ไชโย สำเนียงงาม สวป.สน.บางเขน พ.ต.ต.สรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส.สน.บางเขน ปฏิบัติการที่ศปก.น.2 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนพ.ต.อ.อำนาจ ผกก.บางเขน รอดจากคำสั่งช่วยราชการครั้งนี้เนื่องจากอยู่ระหว่างการลาราชการ แต่หากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ก็จะถูกพิจารณาลงโทษด้วย

ผลการสอบสวนจะออกมาเช่นไร เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตา กันต่อไป

พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี/อดิศร จิตตเสวี

สมศักดิ์ ชฏารัตน์/ณเดช โรจน์ประดิษฐ์

เรื่อง/ภาพ

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้5ขวบร้องลั่น! ขี่จักรยานเล่น พลาดท่าขาติดรู ฝาท่อระบายน้ำ
บทความถัดไปวิจิตรอลังการ โขนศิลปาชีพฯ ตอน ‘สืบมรรคา’ พร้อมเปิดการแสดง 6 พ.ย.-5 ธ.ค.นี้