นาทีจับโจรปล้นทอง4ล. ตร.เช็กวงจรปิดแกะรอย เจอขณะล้อมวงปาร์ตี้ยา

นาทีจับโจรปล้นทอง

 

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล. 

ตร.เช็กวงจรปิดแกะรอย 

เจอขณะล้อมวงปาร์ตี้ยา

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล. ตร.เช็กวงจรปิดแกะรอย เจอขณะล้อมวงปาร์ตี้ยา – บ่ายวันที่ 8 ก.ย. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.7 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ภ.จว.นนทบุรี เข้าปิดล้อมตรวจสอบ โรงแรมอลิซโฮเต็ล เลขที่ 18 ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล.

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบนห้องพักถึงบริเวณ ชั้นที่ 4 ปรากฏว่าได้ยินเสียงปืนดังออกมาจากในห้องพัก 1 นัด จึงเกลี้ยกล่อมให้บุคคลด้านในวางปืนและยอมมอบตัว ใช้เวลาสักครู่ นายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 45 ปี ชาว จ.ชุมพร ก็ยอมมอบตัวพร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก และทองรูปพรรณหนัก 97 บาท เงินสด 13,000 บาท นอกจากนี้ในห้องยังพบชาย 3 คน และหญิง 2 คน จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

ที่มาที่ไปของเหตุการณ์ระทึกข้างต้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. วันที่ 5 ก.ย. เมื่อร.ต.อ.สุดสาคร สโมสร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 1 ของห้างดังกล่าว พบพนักงานหญิงจำนวน 2 คนอยู่ในอาการตกใจกลัว จากการสอบสวนพนักงานให้การว่า คนร้ายเป็นชายไทย ผิวเข้ม อายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมหมวกแก๊ปสีขาว

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล.
คุมตัวนายอัศวิน บุญเมือง

พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพนักงานของร้านทอง โดยน.ส.เอให้การว่า คนร้ายไม่มีการปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาที่ร้าน พูดขู่ตนว่าให้อยู่เฉยๆ ทองพวกนี้ไม่ใช่ของพวกคุณ พร้อมยกปืนขึ้นมาจี้ และบอกตนว่าให้เอาทองมา อีกทั้งยังขู่อีกว่ามีน้ำกรดมาด้วย สำหรับทองที่คนร้ายได้ไปเป็นสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ รวม น้ำหนัก 179 บาท มูลค่าราว 4 ล้านบาท และเงินสด 40,000 บาท

พล.ต.ต.สุคุณสั่งการให้เช็กภาพจากกล้อง วงจรปิด พบว่าคนร้ายมาคนเดียว จอดรถ จยย.ไว้ด้านข้างของห้าง ก่อนจะเดินมาก่อเหตุ ส่วนกระดาษที่เขียนข้อความด้วยดินสอว่า นี่คือการปล้น แล้วส่งให้พนักงาน ที่ร้านทอง เป็นกระดาษเมนูของร้านชาบูที่ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ คนร้ายไม่มีการปิดบังใบหน้า และที่ จ.นนทบุรี ก็มีแผนประทุษกรรมในลักษณะที่คล้ายกัน ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล.
นาทีก่อเหตุ

เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปพบภาพคนร้ายเคยมาดู ลาดเลาที่ร้านทองดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมากินอาหารที่ร้านชาบู ก่อนจะเดินไปที่ร้านทอง โดยบอกกับพนักงานร้านทองว่า ถูกหวย และไม่ซื้อ ก่อนจะกลับมาก่อเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 5 ก.ย.

ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.ร่วมกับ กก.สส.บก.น.7 และ สน.บางพลัด ระดมแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จนพบว่าคนร้ายขี่รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีแดง-ดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน มาจอดใกล้กับทางออกของห้าง เมื่อก่อเหตุเสร็จได้ขี่ จยย.หลบหนีไปทาง ถ.สิรินธร ฝั่งขาออก เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.บรมราชชนนี วิ่งตรงไปแยกปิ่นเกล้า ก่อนจะเลี้ยวซ้ายแยกปิ่นเกล้า มุ่งหน้าสะพานพระราม 8 แต่ไม่ได้ขึ้นสะพาน

นาทีจับโจรปล้นทอง4ล.
พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายขี่รถจยย. วกกลับไปจอดที่หัวลำโพง ก่อนจะขึ้นรถยนต์หลบหนีมาที่โรงแรมอลิซโฮเต็ล จึงนำกำลัง เข้าจับกุมตัวดังกล่าว โดยจากการสืบค้นข้อมูลประวัติค้างเก่าพบว่านายอัศวินเคยต้องโทษคดีร่วมกัน ลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน ในพื้นที่ จ.จันทบุรี เมื่อปี 2556

ล่าสุด เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจจังหวัด ชุมพรจับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 1 เพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวออกมาสู้คดี

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต. นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต. สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต. บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7, พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.น.7, พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด พร้อมกำลังตำรวจ ควบคุมตัวนายอัศวินมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โจรปล้นทอง4ล.
พฐ.เก็บหลักฐาน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า จากการสอบสวนนายอัศวินให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ซึ่งได้เดินทางมาดูลาดเลาที่ร้านทองก่อนวันก่อเหตุ โดยพา ผู้หญิงมานั่งกินอาหารที่ร้านชาบู จากนั้น ก็ส่งผู้หญิงกลับไปที่หน้าห้าง แล้วขี่รถจยย.กลับมาจอดไว้ด้านข้างห้างสรรพสินค้า ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แล้วจึงเข้าไปก่อเหตุ

จากนั้นจึงขี่รถ จยย.หลบหนีกลับมาที่บ้านพักย่านหัวลำโพง เพื่อถอดเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าบ้าน และให้ลูกน้องนำรถ จยย.ไปทิ้งที่ตลาดคลองเตย พร้อมนำทองบางส่วนไปแลกกับยาเสพติดและให้เพื่อนไปหลอม ก่อนจะนัดพบกันที่โรงแรมดังกล่าว

“ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่ โรงแรม พบว่ากลุ่มของผู้ต้องหากำลังปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะนายอัศวินพบว่าไม่มีสีม่วง จึงไม่ได้แจ้งข้อหายาเสพติด ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำบุคคลอื่นที่ ถูกจับกุมได้อย่างละเอียดอีกครั้ง และติดตามทองที่เหลือต่อไป” ‘บิ๊กบัว’ กล่าวภายหลัง ปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว

พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี, อดิศร จิตตเสวี, พิรยุทธ นิ่มนนท์, ชลัช วิรุฬเดช

เรื่อง/ภาพ

..อ่าน..

บทความก่อนหน้านี้อาลัยผู้กล้า รดน้ำศพ อส.โคกโพธิ์ ถูกระเบิดขณะรปภ.ครู ล่าสุดเสียชีวิตเพิ่มอีกราย
บทความถัดไปอย่ากลัวเสียงติ