ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่ อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่ อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด : สดจากสนามข่าว

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่

อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก – โทษภัยของยาบ้าที่ร้ายแรงคือมันทำลายสมอง ผู้ที่เสพเข้าไปจนติดงอมแงมจะเกิดอาการประสาทหลอน หูแว่ว หวาดกลัวจะถูกทำร้าย จน ก่อเหตุสยองมานักต่อนักแล้ว ล่าสุดเกิด 2 คดีคล้ายกัน ล้วนเป็นผลงานของทาสยานรก

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่ อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด : สดจากสนามข่าว
ค้อนปอนด์ของกลาง

วันที่ 4 พ.ย. ร.ต.อ.สมบัติ วังวล รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั่งทำร้ายพ่อตนเองจนเสียชีวิตคาบ้าน ในพื้นที่หมู่ 6 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ยกสูงจากพื้นเกือบ 2 เมตร อยู่กลางสวน ผลไม้ ใต้ถุนบ้านเป็นแคร่ไม้ไผ่ พบศพนายพิน ล้อมเวียง อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สวมใส่เสื้อลายดอกสีน้ำตาล นุ่งกางเกงสั้นสีดำ มีร่องรอยถูกของแข็งทุบที่หน้าผากจนยุบ

ใต้ถุนบ้าน พบรอยทุบทำลายข้าวของพังหลายจุด เช่น ประตูห้องนอน ห้องน้ำ และหม้อหุงข้าวใบใหญ่ มีรอยคล้ายขวานฟันเป็นรู และพบค้อนปอนด์ด้ามยาวเปื้อนเลือด ตกอยู่หน้าทางขึ้นบันใดบ้าน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นางกุล กล้ากสิการ พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่าย วันที่ 3 พ.ย. ได้ยินเสียงน้องชายกับลูกชายชื่อนายวีระวัฒน์ ล้อมเวียง อายุ 32 ปี ทะเลาะกันแต่ไม่มีใครสนใจเพราะว่าสองพ่อลูกทะเลาะกันเป็นประจำอยู่แล้ว คาดว่าสองพ่อลูกอาจทะเลาะกัน โดยลูกชายมักขอเงินพ่อไปซื้อเหล้าขาว-ยาเสพติด (ยาบ้า) เมื่อขอเงินไม่ได้มักอาละวาดทำลายข้าวของ หลังเกิดเหตุลูกชายหายตัวไป ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน

วันเดียวกัน พ.ต.ต.สุรศักดิ์ ยิ่งประเสริฐสุข สว.สส.สภ.ประจันตคาม ร.ต.อ.เสมา เพิ่มพูล ร.ต.อ.พชรพล รอดไสว ร.ต.ต.อนันต์ เผ่าทหาร รอง สส.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวนฯ ติดตามจับกุม นายวีระวัฒน์ ได้ขณะหลบหนีไปที่หมู่บ้านบ้านหอย ม.10 อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พร้อมคุมตัวมาสอบสวน

นายวีระวัฒน์ให้การว่า ตนดื่มเหล้าขาวกับพ่อสองคน ที่ใต้ถุนบ้านและขอเงินพ่อ แต่พ่อบ่น ตนไม่พอใจที่พ่อดุด่า ด้วยความโมโหจึงใช้ขวานทุบทำลายข้าวของในบ้าน จากนั้นตนมองเห็นใบหน้าของพ่อ เปลี่ยนไปไม่เหมือนใบหน้าพ่อของตัวเอง

จึงใช้ค้อนปอนด์ฟาดเข้าที่หน้าผาก 2 ครั้ง จนหงายหลังลงกับแคร่ไม้ไผ่และแน่นิ่งไป จากนั้นได้ลงมือค้นเอาเงินในกระเป๋ากางเกงพ่อไป 500 บาทและขี่รถจยย.หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร ตนเสียใจมากที่ลงมือทำร้ายพ่อตัวเองจนเสียชีวิต

อีกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พ.ต.อ.เดชาวุธ พุทธิมา ผกก.สภ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ นำกำลังจับกุมตัวนายสมยศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี หลังก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองหวังจะฆ่านายสังวาลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี พ่อแท้ๆ ให้ตายคากองไฟ

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่ อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด : สดจากสนามข่าว
นายสมยศ จนมุม

นายสังวาลย์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงบ่ายของวันที่ 6 พ.ย. ขณะที่ตนกำลังนั่งทำกับข้าว ลูกก็เข้ามาใช้เท้าถีบหม้อและเตาที่กำลังปิ้งปลาจนคว่ำ จึงถามลูกชายว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ แต่ลูกตะคอกกลับใส่ว่า กูจะเชือดคอมึง จากนั้นก็คว้ามีดที่อยู่ในครัวทำท่าจะปาดคอ ตนจึงใช้มือปัดมีด แต่ลูกชายได้แทงสวนมาเฉี่ยวบริเวณหน้าท้องเป็นรอยช้ำ จึงวิ่งหนีไปแอบอยู่ที่บ้านเพื่อนบ้าน

จนกระทั่ง เวลาประมาณ 22.00 น. วันเดียวกัน ลูกชายกลับมาล็อกประตูบ้าน คงคิดว่าตนนอนอยู่ในบ้าน แล้วจุดไฟเผาบ้านจนวอดไปทั้งหลัง เพื่อหวังจะฆ่าตนให้ตาย หลังเกิดเหตุนายสมยศ ผู้ก่อเหตุ อาศัยจังหวะที่เพลิงกำลังโหมลุกไหม้ หลบหนีไปนั่งอยู่ที่ลานปูนเสาธงของโรงเรียนบ้านจัดสรร ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามบ้าน

ย้อน2คดีลูกทาสยานรก ขวานจามหัวพ่อดับคาที่ อีกรายจุดไฟเผาบ้านวอด : สดจากสนามข่าว
ลูกชายทาสยาเผาบ้านวอด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีเทพ นำกำลังไปจับกุมตัว นายสมยศ ผู้ก่อเหตุ ขณะที่กำลังเดินออกจากโรงเรียน เพื่อมาขอข้าวเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงกิน พร้อมทั้งได้สอบถามว่า พ่อของตนเองตายหรือยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำไปสอบสวน ที่ สภ.ศรีเทพ เพื่อดำเนินคดี

ขณะที่ นางเจือจันทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เป็นพี่สะใภ้ของนายสมยศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ก่อเหตุก็เคยเมายาบ้า คลุ้มคลั่ง จะเผาบ้านของตนมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นโชคดีที่ไฟแช็กน้ำมันหมด ทำให้จุดไฟไม่ติด จึงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปดำเนินคดี ขังให้อยู่ในคุกนานๆ เพราะถ้าขืนปล่อยตัวออกมา จะสร้างความเดือดร้อนให้ญาติพี่น้องและชาวบ้าน เพราะผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง เมายาบ้าหนักขึ้นทุกวัน

ด้าน พ.ต.อ.เดชาวุธกล่าวว่า ตำรวจจะส่งตัวผู้ก่อเหตุไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศรีเทพตรวจหาสารเสพติด และหาสาเหตุการคลุ้มคลั่ง ก่อนจะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มานิตย์ สนับบุญ

อารีย์ สีแก้ว-เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้မြန်မာ့နီလာကြီး ဈေးသုံးဆပိုရပြီး ဒေါ်လာ ၆ သန်းနဲ့ရောင်းထွက်
บทความถัดไปคดีประวัติศาสตร์