ย้อนคดีโจ๋อ่างทองห้าว ทะเลาะหน้าผับไม่หนำ บุกตื้บซ้ำคาห้องฉุกเฉิน

ย้อนคดีโจ๋อ่างทองห้าว

ย้อนคดีโจ๋อ่างทองห้าว ทะเลาะหน้าผับไม่หนำ

บุกตื้บซ้ำคาห้องฉุกเฉิน : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดีโจ๋อ่างทองห้าว – โรงพยาบาลต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ทั้งที่เคยมีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า เจ้าหน้าที่เอาจริงกับผู้ที่เข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันในโรงพยาบาล ถึงขั้นติดคุกมาหลายรายแล้ว แต่แก๊งวัยรุ่นในจังหวัดอ่างทองก็หาใส่ใจไม่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต. สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 และ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จับกุมตัวนายนันทวัช สร้างเขต หรือ อาร์ม นายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ หรือ ต้น และนายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ หรือ เอ็ม ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป” หลังสืบทราบว่าเป็น กลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้าไปรุมกระทืบคู่อริถึงห้องฉุกเฉินร.พ.อ่างทอง เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา

สดจากสนามข่าว
ห้ามชุลมุน

ย้อนไปเมื่อวันเวลาดังกล่าว สายตรวจ สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งให้ไประงับเหตุวัยรุ่นยกพวกทำร้ายกันภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง อ.เมือง จ.อ่างทอง เมื่อไปถึงพบวัยรุ่น ชาย-หญิงจำนวนมาก ส่วนใหญ่อายุประมาณ 20-30 ปี เดินไปเดินมาและโวยวายอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน มีเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทองยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้บริเวณเก้าอี้นั่งรอรักษาหน้าห้องมีวัยรุ่นชายใส่เสื้อสีดำคนหนึ่งนั่งอยู่ในสภาพมีเลือดไหลตามศีรษะเป็นจำนวนมาก

ต่อมาวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวที่เดินอยู่หน้าห้องฉุกเฉินก็โวยวาย กล่าวหาว่าทางโรงพยาบาลไม่ยอมนำเพื่อน ของพวกตนที่ได้รับบาดเจ็บเข้าไปรักษา จากนั้นก็พยายามยกพวกกรูเข้าไปภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งขณะนั้นภายในมีการรักษาผู้บาดเจ็บอีกคนอยู่ จนทางเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลต้องวิ่งมาห้ามกันจ้าละหวั่น

สดจากสนามข่าว
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ตามคดี

ระหว่างที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเห็นคู่อริแอบอยู่ในห้องด้านข้าง จึงกรูกันจะเข้าไปทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าห้าม แต่ทางกลุ่มวัยรุ่นกลับยกพวกต่อยตีกันไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ บางจังหวะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็โดนไปด้วย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุทางสมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทองรับแจ้งมีเหตุคนถูกทำร้ายร่างกายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบที่หน้าสถานบันเทิง มีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน จึงได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

สดจากสนามข่าว
นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผอ.ร.พ.อ่างทอง นำแถลง

ระหว่างที่นำคนเจ็บคนแรกเข้าไปรักษาจู่ๆ กลุ่มผู้บาดเจ็บอีกคนซึ่งอยู่คนละฝ่ายกันก็พากันตามไปมีเรื่องภายในห้องฉุกเฉิน ทั้งๆ ที่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่กำลังช่วยรักษาคนเจ็บอยู่ ทำให้ข้าวของภายในห้องฉุกเฉินได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่พยายามห้ามก็ไม่มีใครฟัง พยาบาลต่างเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตราย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำคนเจ็บคนหลังและพวกออกมานั่งรอข้างนอก และขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัย สักพักกลุ่มวัยรุ่นมีพวกมาเพิ่มก็โวยวายกันอีก จนทำให้ทางโรงพยาบาลต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเนื่องจากวัยรุ่นมีจำนวนหลายคน

งานนี้ทั้งตำรวจและทางกระทรวงสาธารณสุขย่อมไม่ยอมให้เรื่องผ่านไป ต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว จนใช้เวลาแค่วันเดียวก็จับกุมผู้ก่อเหตุได้บางส่วน ซึ่งจากนี้ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติมต่อไป

สดจากสนามข่าว
คุมโจ๋แจ้งข้อหา

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ก็จะเอาผิดตามกฎหมายทุกราย ทุกกรณี หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และ ม.365 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี

นอกจากนี้ ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ร่วมป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ขอให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับทุกคน และที่สำคัญ คือจิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุ และขอความร่วมมือสื่อสังคมออนไลน์ให้เสนอผลลัพธ์การลงโทษ

แทนการเสนอพฤติกรรมเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผอ.ร.พ.อ่างทอง กล่าวว่า สำหรับเรื่องคดีความนั้นก็คงต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะตามหาตัวคนผิดมาดำเนินคดี และในส่วนของเรื่องค่าเสียหายนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการสรุปค่าเสียหาย

เมื่อใจร้อนจนไม่สนใจกฎกติกาสังคม การลงโทษตามกฎหมายก็อาจช่วยให้ใจเย็นลงได้

โดย สุรศักดิ์ หริ่มสืบ/เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้คนช่วยป้อนน้ำให้ “โคอาลา” บาดเจ็บจากไฟป่าออสซี่
บทความถัดไปเงินอนาคต