ย้อนคดีแทงฆ่านายหน้าจีน ที่แท้ชาติเดียวกันลงมือโหด ตร.สุทธิสารรวบถึงเตียงร.พ.

สดจากสนามข่าว

ย้อนคดีแทงฆ่านายหน้าจีน ที่แท้ชาติเดียวกันลงมือโหด

ตร.สุทธิสารรวบถึงเตียงร.พ. : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

สายวันที่ 25 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สุทธิสาร ควบคุมตัวนายเจอ ขาน ผู้ต้องหาในคดีฆ่า นายฟาง หยางเซิน เพื่อนร่วมชาติชาวจีน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ภายในห้องพักพรทิพย์อพาร์ตเมนต์ เลขที่245/1 ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 แยก 6 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. โดยนายเจอ ขาน ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ และต้องใส่เฝือกที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการต่อสู้กับผู้ตาย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.ปกรณ์ สานุสันต์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิตภายในห้องพักพรทิพย์อพาร์ตเมนต์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน, แพทย์เวร ร.พ.รามาธิบดี, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้องพักเลขที่ 1-4 โดยเปิดเป็นสำนักงานนายหน้ารับทำวีซ่าและหนังสือเดินทาง พบศพ นายฟาง หยางเซิน อายุ 54 ปี สัญชาติจีน สภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน สวมเสื้อสีดำ กางเกงสีครีม มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่คอและใบหน้ารวมกว่า 10 แผล ภายในห้องพบคราบเลือดเปรอะอยู่เต็ม ที่ห้องน้ำพบมีดพกเปื้อนเลือดตกอยู่ในอ่างน้ำ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน

สดจากสนามข่าว
เมียคนตายร่ำไห้

สอบสวนพยานให้การว่า ผู้ตายเดินทาง มาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย 20-30 ปีแล้ว โดยทำงานเป็นนายหน้าต่อวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว จะเช่าห้องพักแห่งนี้เดือนละ 8,500 บาท และทำงานที่นี่มาได้ 2-3 ปีแล้ว และจะมีการนัดลูกค้าล่วงหน้าหากจะมาต่อวีซ่า

ก่อนเกิดเหตุก็มีลูกค้าที่นัดไว้มาต่อวีซ่า แต่เมื่อมาถึงก็ไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ จึงเคาะประตูเรียกก็ไม่เปิดประตูออกมา แต่มองผ่านกระจกเข้าไปก็พบว่ามีคราบเลือดอยู่บนพื้นห้องจำนวนมาก จึงโทรศัพท์หาภรรยาผู้ตายพร้อมแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ พยานเห็นว่าเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เห็นผู้ชายตัวสูง ใส่เสื้อสีดำ กางเกงสีน้ำตาลขายาว สะพายเป้ รีบวิ่งออกไปจากห้องที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบภาพคนร้ายเป็นชายผิวขาว รูปร่างสูง สวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีแดง ใส่กางเกงยีนส์ นั่งโดยสารรถแท็กซี่มาจอด จากนั้นเดินเข้าไปในห้องทำงานของนายฟางตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 23 พ.ย. ก่อนจะออก มาเวลา 20.00 น. วันเดียวกันด้วยท่าทีเร่งรีบเดินทางไปยังโรงแรม ที่อยู่ไม่ไกลจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดอีกตัวสามารถจับภาพได้ พบว่าชายรายนี้มีอาการบาดเจ็บ บาดแผลฉกรรจ์ที่แขนทั้ง 2 ข้าง จึงทำให้เชื่อว่ามีการต่อสู้กับผู้ตาย

สดจากสนามข่าว
นายเจอ ขาน จนมุม

เมื่อได้หลักฐานว่าคนร้ายบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตามสถานพยาบาลเพื่อหาข้อมูล กระทั่งพบว่ามีชายชาวจีนไปรักษาบาดแผลถูกของมีคมที่เแขนทั้งสองข้างที่โรงพยาบาลพระราม 9 ทางตำรวจ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบว่าชายรายนี้เป็นชาวจีน ชื่อ นายเจอ ขาน อายุ 32 ปี ทางแพทย์ได้ผ่าตัดและให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 3 วัน จึงจับกุม

สําหรับชนวนเหตุเกิดจากผู้ต้องหาเป็นอดีตตำรวจที่จีน แต่ลาออกมาเพื่อทำธุรกิจร้านอาหารตามประเทศต่างๆ จนมาประเทศไทยเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาได้หาข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ตจนพบว่าผู้ตายรับทำหน้าที่ต่อวีซ่าแล้วยังรับแลกเงินด้วย จึงได้นัดพบกันเพื่อจะให้ผู้ตายทำเรื่องต่อวีซ่าและแลกเงินจำนวน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินไทยจำนวน 1.8 ล้านบาท ระหว่างนั้นก็ได้ไปกินเที่ยวกับผู้ตายจนเกิดความสนิทสนมกัน แต่ผู้ตายก็ยังไม่แลกเงินจำนวนดังกล่าวให้ กระทั่งผ่านไป 2 สัปดาห์

วันเกิดเหตุนายเจอ ขาน มาทวงถามเรื่องเงินที่ฝากแลกไว้ แต่นายฟางเปิดลิ้นชักให้ดูว่ามีเงินอยู่ 1 ล้านบาท โดยยังขาดอีก 8 แสนบาท พร้อมทั้งขอให้รอเพราะจะมีคนโอนเงินมาให้ แต่ผ่านมานานก็ไม่มีใครโอนมา ทั้งคู่มีปากเสียงกันผู้ตายบอกว่า “ถ้าเรื่องมากก็ไม่ต้องเอาเงินคืน” นายเจอพยายามจะเอาเงินของตัวเองที่แลกไว้ 1 ล้านบาท ที่อยู่ในลิ้นชักคืน แต่ผู้ตายหยิบมีดมาฟันแขนจนเกิดการต่อสู้กันจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุนายเจอนำเงิน 1 ล้านบาทใส่กระเป๋า แล้วปิดไฟในห้อง ก่อนจะกลับไปที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยเสียค่ารักษาไป 1 แสนบาท กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ทั้งนี้นายเจอยังให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา โดยอ้างว่า เกิดความโมโหจากการทะเลาะกับผู้ตาย ไม่ได้ตั้งใจฆ่า เพราะหากตั้งใจจริงจะเอามีดทิ้งไว้ในจุดเกิดเหตุทำไม

เจตนาหรือไม่เจตนาคงต้องไปว่ากันในชั้นศาลต่อไป

โดย อดิศร จิตตเสวี/พิรยุทธ นิ่มนนท์/เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้พรรคร่วมไร้ราคา?
บทความถัดไปศึกษาคำสั่งคสช.