ผ่าชนวนฆ่า‘ผจก.ธกส.’ ไม่ใช่รังเกียจขอชนแก้ว ญาติสงสัยปมที่ดิน30ล.

สดจากสนามข่าว

ผ่าชนวนฆ่า‘ผจก.ธกส.’ ไม่ใช่รังเกียจขอชนแก้ว ญาติสงสัยปมที่ดิน30ล. : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

“ผมมาร่วมเลี้ยง เจอเขานั่งดื่มอยู่ก็เข้า ไปชนแก้วกับเขา แต่เห็นท่าทางเขาไม่ค่อยสนใจ ทำท่าเหมือนรังเกียจคนจน เลยโมโหกลับไปเอาปืนที่บ้านมายิง” คำให้การของ นายธวัชชัย หรือ ตุ๊ รักสกุล อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/4 หมู่ 1 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ ถึงชนวนเหตุที่ก่อเหตุยิง นายชัยณรงค์ ศรีสุพรรณ เรศ อายุ 58 ปี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาคลอง ท่อม อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เสียชีวิต ภายในงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่บ้านเลขที่ 71/1 ม.1 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.2562 ก่อนที่ชนวนเหตุจะพลิก

ย้อนไปเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง นำกำลังพร้อมพ.ต.ท.สมพร ทิพย์อาภากุล รองผกก.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่ ร.พ.กระบี่ หลังรับแจ้งมีผู้ถูกยิงและนำตัวมาส่งแต่เสียชีวิตระหว่างทาง เมื่อไปถึงพบผู้ตายคือนายชัยณรงค์ ศรีสุพรรณเรศ อายุ 58 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 แผล กระสุนฝังใน

สดจากสนามข่าว
ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านเลขที่ 71/1 ม.1 ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ ใกล้ทางเข้าคลองสระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีโต๊ะหินอ่อนทรงกลม พบกองเลือดตกอยู่จำนวนมากทั้งบนโต๊ะและม้านั่ง มีแก้วเหล้าและแก้วน้ำวางบนโต๊ะ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร พบปลอกกระสุนลูกซอง 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธ.ก.ส. สาขาคลองท่อม ย้ายมาจาก จ.ขอนแก่น เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมาร่วมงานฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่บ้านเกิดเหตุ โดยมีญาติพี่น้องมาร่วมงานประมาณ 10 คน จากนั้นผู้ตายได้ขึ้นไปร้องเพลงคาราโอเกะ แล้วลงมานั่งดื่มเหล้าที่โต๊ะหินอ่อน

จู่ๆ นายธวัชชัยที่ร่วมอยู่ในงานเลี้ยงเดินไปหยิบปืนลูกซองยาวที่เตรียมมาจ่อยิงใส่ผู้ตายทันที 1 นัด ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้ร่วมงาน ก่อนอาศัยจังหวะชุลมุนเดินออกจากงาน พร้อมอาวุธปืน แล้วขับรถจยย.หลบหนีไป

สดจากสนามข่าว
สอบนายธวัชชัย หรือตุ๊ รักสกุล มือฆ่า

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากนายจเร พวงนุ่น กำนันตำบลเขาทอง ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ติดต่อจะขอมอบตัวในช่วงเช้า แต่พ.ต.อ.อภิชาติ สืบทราบว่าเจ้าตัวหนีไปหลบอยู่ที่บ้านพัก จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว โดยไม่รอให้มามอบตัว พร้อมแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่าทำไปเพราะบันดาล โทสะ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมาดื่มเหล้าที่บ้านที่งานเลี้ยงและได้ชนแก้วกับผู้ตายด้วย แต่เห็นว่าผู้ตายแสดงท่าทางรังเกียจตนเพราะเป็นคนจน ทำให้รู้สึกไม่พอใจและเชื่อว่าผู้ตายก็พกอาวุธปืนมาด้วย จึงกลับไปเอาปืนลูกซองยาวที่บ้าน แล้วกลับมาในงานอีกครั้ง เห็นผู้ตายนั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน จึงได้เรียกชื่อ เมื่อผู้ตายหันมาก็เอาปืนจ่อยิงทันทีก่อนหลบหนี จากนั้นก็ได้ติดต่อมาทางกำนันตำบลเขาทองเพื่อจะติดต่อมอบตัวในวันพรุ่งนี้ แต่มาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

11 โมงวันที่ 2 ม.ค. ตำรวจคุมตัวนายธวัชชัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย ต้องกันพื้นที่เกิดเหตุเนื่องจากเกรงจะมีญาติผู้ตายเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา จุดแรกตำรวจนำตัวนายธวัชชัยไปชี้ที่บ้านเลขที่ 94/4 หมู่ 1 ซึ่งเป็นบ้านของนายธวัชชัยเอง โดยชี้จุดที่ไปหยิบปืนลูกซองยาว

สดจากสนามข่าว
คุมทำแผนฯ

จากนั้นนำตัวไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 71/1 หมู่ 1 โดยจำลองสถานการณ์ช่วงเกิดเหตุ ให้ผู้ต้องหาชี้จุดเกิดเหตุและพฤติกรรมการก่อเหตุ โดยหลังก่อเหตุ พ่อของนายธวัชชัยเข้ามาแย่งปืนไปจากนายธวัชชัย เจ้าตัวจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาอ้างว่าเตรียมจะเข้ามอบตัวในวันรุ่งขึ้น แต่ถูกจับกุมได้ก่อน ทั้งนี้ ตลอดเวลาการทำแผนฯ มีญาติพี่น้องและชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก

นายธวัชชัย ผู้ต้องหาสารภาพว่าปมเหตุความขัดแย้งที่แท้จริงว่า ไม่ใช่เรื่องชนแก้วแต่มาจากเรื่องการซื้อขายที่ดิน โดยก่อนนี้นายชัยณรงค์ ซึ่งเป็นน้าชายที่รู้จักกันดีมาติดต่อซื้อที่ดินของน้าชายอีกคน โดยขอซื้อในราคาถูกและจ่ายเงินให้เจ้าของที่ดินล่าช้า ขณะที่นำที่ดินไปขายต่อในราคาแพง ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจผู้ตาย แม้ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับที่ดินดังกล่าว แค่ไม่พอใจเป็นการส่วนตัว ในคืนเกิดเหตุพอเจอหน้าผู้ตายตนเกิดอาการหมั่นไส้ จึงนำปืนมายิงดังกล่าว

ขณะเดียวกันญาติผู้ตายเปิดเผยที่มาของปมปัญหาที่ดิน เกิดขึ้นเมื่อนายชัยณรงค์ซื้อที่ดินน.ส.3 จำนวน 11 ไร่ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท ทำให้ขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่เข้ามาขอซื้อที่ดินแปลงนี้ด้วยเช่นกัน แต่เจ้าของเดิมขายให้ผู้ตายเพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

ต่อมาเมื่อมีการรังวัดที่ดินใหม่เพื่อขอออกเป็นโฉนด กลับพบว่าที่ดินมีขนาดจริงๆ 18 ไร่ ระหว่างรอออกโฉนด ผู้ตายจึงประกาศขายในราคา 30 ล้านบาท ซึ่งผู้มีอิทธิพลดังกล่าวพยายามเจรจา อ้างว่ามีการวัดที่ดินเกินมา 7 ไร่ และจะขอเรียกเงิน 7 ล้านบาท จากที่ดินในส่วนที่เกินนี้ แต่ผู้ตายต่อรองจ่ายให้ 2 แสน 5 หมื่นบาท

หลังจ่ายเงินกันเรียบร้อยก็คิดว่าเรื่องนี้จบแล้ว แต่พอมาถูกยิงตายทำให้ญาติเกิดสงสัยขึ้นมาว่าอาจยังไม่จบจริง

จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องสืบสาวกันต่อไป

บทความก่อนหน้านี้สภาผ่านฉลุย! งบกองทัพ 1.2 แสนล้าน ฝ่ายค้านถลกเละ แต่ไร้ผล ยืนตามกมธ.ข้างมาก
บทความถัดไปแก้ภัยแล้งอย่างไร