คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย…ชูศักดิ์ ตระหง่าน – เรื่อง/ภาพ
ย้อนคดีชาวท่าแซะสุดทน แจ้งตร.บุกจับสึกเกลี้ยงวัด สมภาร-พระลูกวัดมั่วยา!
คําว่า “บวช” เป็นภาษาไทย ถอดรูปมาจากคำในภาษาบาลีว่า ปพฺพชฺชา มีรากศัพท์มาจาก ป (ปะ) แปลว่า ทั่วหรือสิ้นเชิง และ วช (วะชะ) แปลว่า ไป หรือเว้น
หมายถึง “ไปโดยสิ้นเชิง” คือไปจากความเป็นฆราวาส ละเสียจากวิสัยที่ชาวโลกเขามีกันโดยสิ้นเชิง
นั่นก็คือ การสละความมีทรัพย์สมบัติ การสละวงศ์ญาติทั้งหลาย การเลิกละการนุ่งห่มอย่างฆราวาส เลิกละการกินอยู่อย่างฆราวาส เลิกละการใช้สอยอย่างฆราวาส เลิกละอาการกิริยาวาจาอย่างฆราวาส เลิกละความรู้สึกนึกคิดอย่างฆราวาสสิ้นเชิง
แม้จะเคยมีคำอรรถาธิบาย เรื่อง ‘การบวช คืออะไร’ โดย พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปญฺโญ) หรือรู้จักในนาม ‘พุทธทาสภิกขุ’ พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้ปวารณาตนถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด เมื่อนานมาแล้ว
แต่ยุคสมัยนี้ผู้ที่บวชเรียนห่มผ้ากาสาวพัสตร์ จำนวนไม่น้อยที่ละการปฏิบัติตาม ‘ปพฺพชฺชา’ หรือ ‘บรรพชา’ แต่ไม่ละจากวิสัยฆราวาส

ล่าสุดก็เกิดข่าวฉาวในวงการสงฆ์ขึ้นอีกครั้ง เมื่อชาวบ้านสุดจะทนพฤติกรรมของพระกลุ่มหนึ่ง ต้องร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าไปตรวจสอบ
สุดท้ายก็เป็นไปตามคำพระที่ว่า ‘กัมมุนา วัตตติ โลโก’ สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม
เพราะพระทั้งวัดไม่เว้นตัวเจ้าอาวาสก็ถูกจับสึกจนเกลี้ยง เพราะจนมุมด้วยหลักฐานคาหนังคาเขาว่ามั่วสุมยาเสพติด ชนิดไม่อาจหาข้อแก้ตัว
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 พ.ย. พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สืบสวน บก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมพ.ต.ท.ณัฐชัย พิณวานิช หัวหน้าชุดปราบปราบยาเสพติด บก.ภ.จว.ชุมพร สนธิกำลังร่วม ป.ป.ส. และตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน บุกปิดล้อมตรวจค้นวัดเขาแก้ว บ้านเขาแก้ว ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
สืบเนื่องจากรับแจ้งจากชาวบ้านว่า สุดทนพฤติกรรมเจ้าอาวาสและพระลูกวัดที่วันๆ เอาแต่มั่วสุมเสพยาเสพติด
วัดดังกล่าว เป็นวัดสังกัดมหานิกายตั้งอยู่ หมู่ 5 บ้านเขาแก้ว ห่างจากถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพฯ เข้าไปประมาณ 1 ก.ม. พบกุฏิพระลักษณะห้องแถวติดกัน ใกล้กับศาลาการเปรียญ

ห้องแรกเป็นกุฏิของ พระนันทศักดิ์ รักษ์พรหม เจ้าอาวาสที่กำลังจำวัดอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวพร้อมแจ้งให้ทราบก่อนขอเข้าตรวจค้น จนพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 10 เม็ด และอุปกรณ์เสพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซุกอยู่ใต้ที่นอน
พระนันทศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของยาบ้าที่พบ โดยซื้อมาจากนายต้น ในราคาเม็ดละ 80 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมยึดยาบ้า และอุปกรณ์การเสพ ไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ ยังกระจายเข้าตรวจค้นภายในกุฏิของพระลูกวัดอีก 3 รูป ประกอบด้วย พระกฤษฎา สรวิเชียร อายุ 29 ปี พระธีระพัฒน์ สุภาวงษ์ อายุ 21 ปี และพระจีรศักดิ์ ศิลปาจารย์ อายุ 28 ปี
แต่ทันทีที่พระแต่ละรูปเปิดประตูกุฏิออกมา เจ้าหน้าที่ต้องถึงกับผงะกับกลิ่นฉุนกึกที่โชยออกมา พบในแต่ละกุฏิสกปรกระเกะระกะ บางกุฏิเต็มไปด้วยขวดปัสสาวะวางกองพะเนินเต็มห้อง เหลือเพียง ที่นอนแคบๆ เท่านั้น
แต่ทุกกุฎิไม่พบยาเสพติด มีเพียงอุปกรณ์การเสพยาเสพติดเท่านั้น จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่คุมตัวทั้งเจ้าอาวาส และพระลูกวัดทั้ง 3 รูป รวมทั้งตัวนายวัชรินทร์ กรสุพรรณ อายุ 43 ปี ที่เดินอยู่หน้ากุฏิของพระกฤษฎามาตรวจปัสสาวะ
ปรากฏว่าไม่รอดสักราย เพราะผลออกมาเป็นสีม่วงทุกคน
โดยทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า ได้ซื้อยาบ้ามาเสพกันจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวของเจ้าอาวาสและพระลูกวัดทั้งสาม มาให้เจ้าอาวาสวัดเทพประดิษฐาราม หรือวัดหนองเรือ สึก ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดี
โดยนายนันทศักดิ์ รักษ์พรหม อดีตเจ้าอาวาส ฐานความผิด มี ยาเสพติด (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง ส่วนอดีตพระลูกวัดรวมถึงนายวัชรินทร์ กรสุพรรณ ทางเจ้าหน้าที่รอผลตรวจปัสสาวะจาก ร.พ.ท่าแซะ ยืนยันผลอีกครั้งหากผลเป็นบวก ถือเป็นผู้ป่วยจะส่งตัวเข้าบำบัดต่อไป
ระหว่างการตรวจค้นจับกุม ชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงต่างมาเฝ้าดูการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

เพราะการจับกุมกวาดล้างยาเสพติดในครั้งนี้ ทำให้วัดเขาแก้ว ไม่หลงเหลือพระอยู่เลยสักรูป
คงต้องเป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด พิจารณาส่งพระสงฆ์มาดูแลวัดเขาแก้วใหม่
แต่ต้องเป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้รู้แจ้งว่า ‘การบวช คืออะไร’
เพื่อเรียกศรัทธาและเป็นที่พึ่งของชาวบ้านอีกครั้ง