คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
อณุวัสส์ ศิวราศักดิ์
เรื่อง/ภาพ
ย้อนคดีสยองหน ฆ่าด.ช.3ขวบทิ้งคลอง ตร.จับยกครัวทอมโหด
สายวันที่ 14 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ ผกก.สภ.บางบ่อ จ.สมุทร ปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ จับกุม น.ส.อนิสรา จีนสำราญ สาวทอมวัย 27 ปี พร้อมนายเรวัต จีนสำราญ อายุ 48 ปี และน.ส.วราภรณ์ อิ่มสมบูรณ์ อายุ 28 ปี พ่อและแฟนสาวของน.ส.อนิสรา ที่บ้านพักย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1กบ 9663 ร้อยเอ็ด ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ ไปสอบปากคำที่ สภ.บางบ่อ โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ เป็นการปิดคดีสยองบางบ่อ
ย้อนไปเมื่อ 11.30 น. วันที่ 9 พ.ย. 2564 ร.ต.อ.ภราดร เพ็งคต ร้อยเวร สภ.บางบ่อ รับแจ้งเหตุพบเด็กเสียชีวิตลอยน้ำบริเวณใต้สะพานคลองชวดพร้าว ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี หมู่ที่ 4 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลบางบ่อ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบ

คุม 3 คนร้ายทำแผนฯ
ในที่เกิดเหตุพบศพเด็กชายอายุประมาณ 2-3 ขวบ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีส้ม นอนหงายปริ่มน้ำภายในคลองใกล้ทางเท้า จึงให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพขึ้นมาตรวจสอบ ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 วัน ขณะที่พยานเล่าว่าเห็นตอนแรกนึกว่าตุ๊กตาลอยน้ำ พอตามคนมาช่วยกันดูจึงรู้ว่าเป็นศพ เมื่อสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่มีใครเคยพบเห็นเด็กน้อยผู้เสียชีวิตมาก่อน
คดีนี้ตอนแรกตำรวจคาดว่าเด็กอาจถูกทำร้ายเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งอำพรางคดี แต่ผลชันสูตรศพกลับพบน้ำในปอดเด็ก เรื่องจึงกลายเป็นว่าเด็กถูกโยนทิ้งน้ำทั้งที่ยังมีชีวิตก่อนจะถูกทิ้งให้จมน้ำตายอย่างโหดเหี้ยม รวมทั้งยังพบอีกว่าเด็กติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ต้องพ่นยาฆ่าเชื้อกันยกใหญ่ ตำรวจหลายนายต้องพากันกักตัวให้วุ่น

นำเด็กมาทิ้งน้ำ
ผ่านไปเพียง 4 วัน ตำรวจก็ได้ข้อมูลสำคัญ เมื่อพ.ต.อ.กฤษณัฐ ได้รับการติดต่อจากน.ส.นิดา เสถียรเพียร อายุ 29 ปี พักอาศัยอยู่ย่านบางขุนเทียน ว่า เด็กคนดังกล่าวเป็นลูกชายชื่อ ด.ช. วรภัทร หรือน้องบาส กลัดเงิน อายุ 3 ขวบ ที่ฝากเลี้ยงไว้กับน.ส.วราภรณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน
น.ส.นิดาให้ข้อมูลว่ามีอาชีพตระเวนเก็บของเก่าก่อนฝากลูกไว้กับเพื่อน กระทั่งวันที่ 9 พ.ย. ตนไปขอรับลูกแต่ทางเพื่อนไม่ยอมให้คืนอ้างว่าจะเอาค่าเลี้ยงดู ต่อมาจึงมาบอกว่าพาน้องบาสไปเที่ยวดูลิงแถวแสมดำแล้วเกิดการพลัดหลงกับน้องบาส โดยไม่รู้ว่าหายไปไหน ต่อมาก็นำภาพถ่ายศพของน้องบาสที่เป็นข่าวมาให้ดูบอกว่าพบศพน้องบาสแล้วแต่ไม่รู้ว่าใครทำร้ายน้อง
หลังได้ข้อมูลพ.ต.อ.กฤษณัฐ สั่งให้ชุดสืบสวนเชิญตัวน.ส. วราภรณ์มาสอบปากคำ กระทั่งสารภาพให้การว่า อาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทน.ส.อนิสรา ที่เป็นสาวทอมอาชีพรับทำความสะอาดตามบ้าน ช่วงเกิดเหตุวันที่ 8 พ.ย. พาน้องบาสไปทำความสะอาดบ้านลูกค้าแห่งหนึ่งย่านถนนหทัยราษฎร์ เขตมีนบุรี

ชี้จุดเกิดเหตุ
ระหว่างนั้นเด็กดื้อและซน น.ส.อนิสราจึงลงมือทุบตีจนเด็กแน่นิ่งไปหลายชั่วโมงทำให้คิดว่าเด็กเสียชีวิต จึงนำเด็กขึ้นซ้อนรถจักรยานยนต์ขี่ไปหานายเรวัตพ่อของน.ส.อนิสราที่บ้านพัก ย่านบางแค ก่อนปรึกษากันว่าจะเอาเด็กไปทิ้งที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แต่ขณะขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนบางนา-ตราดเลี้ยวเข้าถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี เห็นว่าเป็นที่เปลี่ยวและมืด จึงนำศพเด็กมาทิ้งโดยเข้าใจว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว จากนั้นกลับไปทำงานตามปกติ
หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งได้อนุมัติหมายจับในวันที่ 13 พ.ย. จึงเข้าจับกุมตัว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ทำผิดไม่ยอมรับผิด ยังพยายามปกปิดความผิด สุดท้าย กลายเป็นเพิ่มความผิดให้ตนเอง