คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

สมศักดิ์ ชฎารัตน์ เรื่อง/ภาพ

ย้อนผลงาน‘บช.สตม.’ ทลายปาร์ตี้แอฟริกัน ครึ่งร้อยมั่วสุมยันหว่าง

สถานการณ์โรคระบาดโควิดที่กำลังจะเริ่ม ดีขึ้น กลับต้องเจอกับเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอนระบาดซ้ำเติม แม้ทางการจะพยายาม ป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ยากที่จะจำกัดการ เดินทางเข้ามาของชาวต่างชาติได้

เพราะไม่สามารถปิดประเทศให้เศรษฐกิจหยุดนิ่งได้อีกต่อไป มาตรการเฝ้าระวังชาว ต่างชาติจึงถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวดไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาอีก

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. แถลง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดปฏิบัติการสืบสวนฯ แถลงข่าว สตม.บุกทลายปาร์ตี้ชาวต่างชาติร่วมครึ่งร้อย ลักลอบมั่วสุมยันหว่างหวั่นแพร่เชื้อโอมิครอน

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์เผยที่ไปที่มาของการจับกุมครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าที่ร้านนครบาร์บางกอก ในย่านรามคำแหงจะมีการลักลอบจัดปาร์ตี้สังสรรค์ และจำหน่าย สุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับกลุ่มลูกค้า โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาว ต่างชาติผิวดำและมีหญิงไทยร่วมด้วย ซึ่งมักมี การนัดรวมตัวเพื่อมั่วสุมดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงประชุมวางแผนในการเข้าปิดล้อมตรวจสอบร้านดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 01.45 น.วันที่ 13 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 สนธิกำลังกับ กก.2 บก.ปส.1 และ สน.หัวหมาก เข้าปิดล้อมตรวจค้น ร้านนครบาร์บางกอก ที่เกิดเหตุพบสภาพภายใน ร้านมีลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตกแต่งภายในโดยมีโต๊ะพูล รวมทั้งมีการจัดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีลูกค้าทั้งคนไทย และคนต่างชาติ กำลังใช้บริการอยู่จำนวนหลายสิบราย

ตร.บุกจับ

ที่น่าตกใจคือจากการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ทั้งหมดในร้าน พบเป็นบุคคลต่างชาติผิวดำจากประเทศในแถบแอฟริกาเช่น ไนจีเรีย คองโก แคเมอรูน เป็นต้น โดยในจำนวนบุคคลทั้งหมดนี้ มีบุคคลที่ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือมีหนังสือ เดินทางที่ไม่มีรอยตราประทับจากช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นจำนวนถึง 15 ราย

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ใน ราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และไม่ผ่านการตรวจของพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย”

ขณะที่ในส่วนของร้านมีนางสาวดา (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของและผู้ดูแลร้าน โดยอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าได้มีการเช่าช่วงจากเจ้าของร้านเดิม ซึ่งร้านดังกล่าวนี้เคยเปิดเป็นร้านจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาดโควิด-19 จนต้องปิดตัวไป

หลังจากเช่าช่วงร้านดังกล่าว นางสาวดาได้ลักลอบใช้ร้านดังกล่าวเป็นที่นัดรวมตัวของกลุ่มคนต่างชาติผิวดำเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน โดยจะใช้แผ่นเมทัลชีตปิดช่องแสงโดยรอบจนทึบและปิด เสียงดนตรี เพื่อปิดบังอำพรางเจ้าหน้าที่เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบพบ

นั่งกันเต็มร้าน

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมในข้อหา “จำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มโดยร้านไม่ผ่าน การประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยฯ โดยจัดให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านเกินเวลา อันเป็นการฝ่าฝืน ประกาศกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 47 ข้อ 2 ลงวันที่ 29 พ.ย.64” และควบคุมตัวทั้งนางสาวดาและบุคคลต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องการควบคุม กำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย หรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการ ตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรม ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ร้านที่เกิดเหตุ

ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178

ทุกฝ่ายสรุปตรงกันแล้วว่าโลกเรายังต้องอยู่กับโควิดไปอีกหลายปี นอกจากทุกคนจะต้องช่วยกันระมัดระวังตัวแล้ว ยังต้องสอดส่องดูแลอย่าให้ความประมาทของใครทำให้เกิดการระบาดขึ้นมาอีก

สมศักดิ์ ชฎารัตน์ เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน