คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย…อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ
จตช.สั่งการบ้านรับปีเสือ ตัดเนื้อร้ายวงการสีกากี สร้างภาพลักษณ์องค์กร
ปี2564 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ถูกสังคมตั้งคำถามขึ้นมากมายถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมขององค์ที่เป็นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม แน่นอนว่าทั้งหมดล้วนเกิดจากพฤติกรรมฉาวโฉ่ของตำรวจบางนาย อาทิ กรณีทุจริตเบี้ยเลี้ยงตำรวจที่ร่วมจุดตรวจ โควิด กรณีบ่อนพนันคลัสเตอร์โควิดภาคตะวันออก กรณีร้องผู้การ ตชด.เรียกส่วย ผบ.ร้อยจาก 16 หน่วย และที่โด่งดังที่สุดหนีไม่พ้นกรณี ผกก.โจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมือง นครสวรรค์ ร่วมกันซ้อมผู้ต้องหายาเสพติดด้วยวิธีการใช้ถุงดำคลุมหัวอย่างโหดเหี้ยม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้นโยบาย
ดังคำที่ว่า “สนิมเหล็ก เกิดแต่เนื้อในตน” การจะกำจัดย่อมต้องยอมสูญเสียเนื้อส่วนที่ร้ายออกไป ก่อนที่จะลามกลายเป็นมะเร็งพาหมดลมหายใจไปทั้งองค์กร เป็นการบ้านที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบให้ ‘จเรหิน’ พล.ต.อ. วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติลงไปดำเนินการทำหน้าที่ผ่าตัดเนื้อร้ายเหล่านี้ออก และด้วยนโยบายที่ชัดเจนของแม่ทัพสีกากีที่ไฟเขียวในการตัดเนื้อร้ายอย่างจริงจัง โดยท่ามกลางสายตาของคนในสังคมที่จับจ้องดูอยู่พร้อมคำถามว่า จเรตำรวจจะเล่นเพียงบทขู่เพื่อลดกระแส แล้วช่วยเหลือกันภายหลังหรือไม่

บินไปตรวจสอบด้วยตัวเอง
และแล้วคำตอบก็ประเดิมด้วยการลงดาบกรณีเบี้ยเลี้ยงโควิด นำไปสู่ขั้นตอนทางวินัยระดับนายพลลงไปกว่า 100 นาย จาก 10 กองบัญชาการ ลงทัณฑ์ ตั้งแต่กักยาม ไปยันไล่ออกระดับ พ.ต.อ.จากการชี้มูลของ ป.ป.ช.ตามที่ได้รับรายงานผลจาก ตร. ส่วนเรื่อง พ.ต.ท. กร่างชักปืนยาวขู่ชาวบ้านที่กำแพงเพชร ก็ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และกรณีผกก.โจ้ กับพวกซ้อมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่นครสวรรค์ ก็ถูกจับดำเนินคดีอาญารวมถึงวินัยร้ายแรง เป็นต้น และล่าสุดคือ การเสนอตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตำรวจที่มีมูลความผิด บกพร่องการลงข้อมูลหมายจับจนเป็นเหตุให้นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและปลอมตราประทับ ตม. สามารถหลุดรอดการจับกุมหนีหมายจับไปได้

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตร. สางคดี ผกก.โจ้
พล.ต.อ.วิสนุ จเรตำรวจ รับบทหนักในปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบให้สังคมเกิดความเชื่อถือ ซึ่งภาพรวมปี 2564 ช่วง ม.ค. ถึง ก.ย. มีการไล่ออกตำรวจ 131 นาย ปลดออก 38 นาย ยังไม่รวมเรื่องวินัยกรณีบ่อนภาคตะวันออกอีกกว่า 250 นาย เป็นเครื่องยืนยันว่า ในยุค ‘จเรหิน’ จเรตำรวจไม่ใช่เพียงเสือกระดาษอย่างที่คิด
การเอาจริงของจเรตำรวจ จะพอสร้างความมั่นใจในระบบการตรวจสอบตำรวจด้วยกันเอง ให้วงการตำรวจและสังคมเห็นว่าระบบตรวจสอบของตำรวจด้วยกันเองไม่ใช่เสือกระดาษ แต่ภารกิจการตัดเนื้อร้ายตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มอบหมายให้ ‘จเรหิน’ ยังต้องเตรียมขับเคลื่อนเพื่อฟื้นคืนภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจให้สังคมเกิดความเชื่อถือ ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ปีเสือดุ 2565 ที่เพิ่งมาถึงจึงเป็นอีกปี ที่จเรตำรวจต้องรับบทหนักโดย พล.ต.อ.วิสนุได้ให้การบ้านทุกกองบัญชาการไว้ 3 ข้อคือ 1.เคลียร์เรื่องร้องเรียนค้างเก่า ต้องเหลือศูนย์ เรื่องร้องเรียนค้างเก่าทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องที่ร้องเรียนผ่าน JCoMS ระบบออนไลน์ ที่เปิดตัวไปเมื่อ มี.ค.64 ต้องเหลือตัวเลขเป็นศูนย์ใน ม.ค.65 โดยจเรตำรวจจะประชุมติดตามผลผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ทุกเดือน

ถามข้อมูลผู้ใต้บังคับบัญชา
2.ปรับแผนการตรวจประเมินผลทุกหน่วย 100% จัดลำดับยอดเยี่ยม ยอดแย่ ให้อำนาจทุก บช.ลงตรวจ 100% แล้วรายงานผล ผบ.ตร.ทราบ เพื่อพิจารณามอบรางวัลเป็นกำลังใจและยกให้เป็นต้นแบบแก่หน่วยงานอื่น ส่วนกลุ่มยอดแย่ ก็ต้องติดตามแก้ไขหรือโยกย้ายต่อไป และข้อ 3 สุดท้ายคือให้วิเคราะห์และป้องกัน โดยให้ ผบช.และ ผบก.ทุกหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลการร้องเรียนและการดำเนินการทางวินัยของหน่วย หาสาเหตุและวางแนวแก้ไขปัญหา
“ถ้าระบบตรวจสอบและถ่วงดุลมีความแข็งแรง มีการลงโทษผู้กระทำผิดที่เห็นผลเด็ดขาดตรงไปตรงมา การกระทำผิดก็จะลดน้อยลง ความเชื่อมั่นในตัวตำรวจก็ จะคืนกลับมา” พล.ต.อ.วิสนุกล่าวด้วยความมั่นใจ
อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ