พิรยุทธ นิ่มนนท์
สมศักดิ์ ชฏารัตน์
เรื่อง/ภาพ
มีคำกล่าวว่าคนเรานั้นจะเลือกบ้านที่ตรงใจนั้นไม่ยาก แต่จะเลือกเพื่อนบ้านที่ให้ได้ดังใจนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะหากเป็นห้องเช่าที่มีเพียงผนังบางๆ กั้นแล้วละก็ ความเกรงใจ ความอะลุ้มอล่วยกัน ถือเป็นเรื่องสำคัญ บ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรก็ค่อยๆ เจรจา มิเช่นนั้นจากเพื่อนบ้าน ก็อาจกลายเป็นศัตรูข้างบ้านได้ง่ายๆ
ดังเช่นเรื่องราวของน.ส.นงคราญ เจนจัด อายุ 45 ปี สาวหล่อที่ต้องมาจบชีวิต เพราะความบาดหมางกระทบกระทั่งกันกับ คนข้างบ้าน จนนำมาสู่เรื่องราวสยอง

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 22.30 น. ของ วันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา เมื่อ ร.ต.อ.อัครวัฒน์ เรืองกุลศรีเกษม รองสว. (สอบสวน) สน.บางชัน รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 92 ซอยเสรีไทย 83 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธ์ ผกก.สน.บางชัน พ.ต.ท.กิจจา ไกรเทพ รองผกก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ร่วมกตัญญู
เมื่อไปถึงก็พบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น กั้นแบ่งซอยเป็นห้องให้เช่า ที่บริเวณทางเดินหน้าห้องหมายเลข 6 พบศพ น.ส.นงคราญ เจนจัด อายุ 45 ปี ลักษณะเป็นทอมบอย อาชีพรับเหมาทำ ฝ้าเพดาน สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อกีฬาสีดำ กางเกงยีนส์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ 1 นัด
ตํารวจสอบสวน น.ส.พิมพิมล ยากมา อายุ 47 ปี ซึ่งพักอยู่ห้องข้างๆ ให้การว่าตนเป็นพนักงานโรงงานบริษัทมิตซูบิชิ ในนิคมอุสาหกรรมบางชัน พักอยู่ห้องหมายเลข 5 ติดกับห้องผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุตนกับ นายสากล วงศ์บุตร อายุ 48 ปี อาชีพ รปภ.บริษัท ไอจีจี ซึ่งเป็นสามีได้มีปากเสียงกัน เนื่องจากสามีชอบเมาสุราเป็นประจำ
น.ส.พิมพิมลให้การต่อว่าตอนนั้นยอมรับว่าโมโหมาก ตะโกนเถียงกันเสียงดังลั่นบ้าน กระทั่งน.ส.นงคราญเกิดความรำคาญจึงตะโกนต่อว่าสวนเข้ามาว่า “จะทะเลาะกันทำไม เสียงดังรำคาญ” ทางสามีจึงด่ากลับไปและมีการด่าท้าทายกันไปมา จากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาบริเวณหน้าห้อง
ตอนนั้นตนอยู่ในห้องก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงรีบวิ่งออกมาดูด้วยความตกใจ เห็นน.ส.นงคราญนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น ส่วนสามีกำลังเดินขึ้นรถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน กข 307 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป ที่ผ่านมาสามีกับผู้ตายเคยมีปากเสียงกันมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ภายหลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจในพื้นและใกล้เคียงสกัดจับ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตจะส่งชันสูตรต่อเนื่องที่นิติเวช ร.พ.ตำรวจ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน รุ่งขึ้นวันที่ 18 ก.พ. พนักงานสอบสวนสน.บางชัน ได้ขอศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติออกหมายจับ นายสากล วงศ์บุตร อายุ 48 ปี ตามหมายจับเลขที่ 194/2561 ลงวันที่ 18 ก.พ. 2561 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง” ข้อหา “พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต” และข้อหา “ยืงปืนในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุ อันควร”
ขณะที่การติดตามสืบสวนเบื้องต้นทราบว่านายสากลหลบหนีไปที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทาง พ.ต.ท.ธนาวุฒิ เปียผ่อง รอง ผกก.สส.สน.บางชัน นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนเดินทางไปติดตามตัวอย่างเร่งด่วน จนพบเบาะแสว่าคนร้ายไม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นรถเก๋งยี่ห้อฮุนได สีเขียว ทะเบียน พต7547 กทม. หลบหนีไปตามเส้นทางถนนสายรังสิต-นครนายก

กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. พ.ต.ท.ธนาวุฒิพร้อมฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ร่วมกันจับกุมตัวนายสากลได้บริเวณริมถนนสายรังสิต-นครนายก ใกล้แยกสามสาว อ.เมือง จ.นครนายก แล้วนำตัวมา สอบสวน ที่สน.บางชัน
นายสากลสารภาพว่า สาเหตุเกิดจากที่ไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอผู้ตายต่อว่าเรื่องที่มีปากเสียงกับเมียเสียงดังก็เลยทะเลาะกัน “ตอนนั้นผมแค่ถือปืนออกมาจ่อขู่เขาเท่านั้น แต่เขาเข้ามาแย่งปืน สุดท้ายปืนเลยลั่นใส่จนเสียชีวิต จากนั้นผมขี่รถจยย.ไปเปลี่ยนรถเก๋งที่โรงงาน พร้อมฝากรถจยย.ไว้ให้ภรรยา ส่วนปืนโยนทิ้งไประหว่างทาง หลังเกิดเหตุดื่มสุราเข้าไปอย่างหนัก ก่อนตั้งใจจะกลับภูมิลำเนา ที่จ.ชัยภูมิ ระหว่างทางคิดไม่ออกจะทำอะไร ประกอบกับด้วยความเมา จึงมาจอดรถนอนบริเวณดังกล่าว กระทั่งทางตำรวจตามมาจับกุมตัวได้” นายสากลกล่าวอ้าง
เบื้องต้นทางตำรวจต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนนำตัวไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ จากนั้นจึงนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป