พรพรรณ วิจิตรวิทยาพงศ์
เรื่อง/ภาพ
การทำมาค้าขาย ไม่ว่าจะกิจการใหญ่โตข้ามโลก หรือหาบเร่แผงลอย แม้กระทั่งแบกะดิน หากขายดิบขายดี เป็นเทน้ำเทท่า ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เจ้าของกิจการก็ยิ้มปากแทบฉีกเบิกบานสำราญทรวง
ขณะที่ภาครัฐเอาแต่ประโคมขายฝันรายวันว่า บ้านเราเมืองเรากำลังจะปราศจากคนจน
แต่สภาพเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ดตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อค้าขายไม่คล่องการขาดทุนก็ย่อมตามมา เงินหมุนเวียนก็ร่อยหรอจนต้องไปกู้ยืมมาต่อทุน แต่รายย่อยที่ไม่มีสินทรัพย์ไปค้ำประกันก็ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมายดอกเบี้ยต่ำ ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ
ด้วยสภาพการค้าที่ซบเซา แค่หาเงินประทังชีวิตประจำวันยังยากเย็น อย่างว่าแต่จะใช้คืนเงินกู้นายทุน จนดอกเบี้ย ทบต้นทบดอกไม่รู้กี่รอบ จนงอกเงย บานเบอะ
สุดท้ายก็ตามมาด้วยการทวงหนี้ด้วยความรุนแรงอย่างที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ล่าสุด เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังร่วมกับสารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 36 ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร และฝ่ายปกครองจังหวัดพิจิตร เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนายทุนและแก๊งทวงหนี้โหดเงินกู้นอกระบบ
หลังจากมีประชาชนและผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกข่มขู่โดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกาย บุกเข้ารื้อค้นทุบทำลายทรัพย์สิน สิ่งของภายในบ้านและร้านค้า
เพื่อทวงถามเงินต้นและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 ต่อวัน ซึ่งสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล จนสามารถระบุตัวบุคคลที่ทำหน้าที่คอยเก็บเงินกู้ส่งให้นายทุนได้จึงเริ่มเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น-จับกุมตัว
จุดแรกบุกเข้าตรวจค้นบริเวณถนนริมคันคลองชลประทานในพื้นที่บ้านทับปรู ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
จากการปิดล้อมสามารถจับกุมนายอนุชา เวียงวิเศษ อายุ 31 ปี และนาย จักรกฤษณ์ สุพรรณธะไพ อายุ 26 ปี ชาวนครสวรรค์ ขณะกำลังขับรถกระบะ สีดำ ทะเบียน 2 ฒฆ 8861 กรุงเทพมหานคร พยายามหลบหนีเจ้าหน้าที่ หลังจากก่อเหตุทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดที่เก็บจาก ลูกหนี้ จำนวน 25,000 บาทเป็นหลักฐาน
จากนั้นขยายผลเข้าจับกุมในจุดที่สองบนถนนเส้นทางเดียวกัน ปิดล้อมจับ กุม นายณัฏฐาพันธ์ ศรีไพศาล อายุ 47 ปี นายวิชัย วันศุกร์ อายุ 37 ปี และ นายอเนก โพธิ์พูล อายุ 31 ปี ชาวอุทัยธานี ขณะกำลังขับรถกระบะ สีเทา ทะเบียน บย 3067 กำแพงเพชร หลบหนีหลังจากก่อเหตุทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ โดยใช้วาจาข่มขู่ทำให้ลูกหนี้เกิดความเกรงกลัว
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในรถพบเงินสดที่เก็บจากลูกหนี้ จำนวน 28,000 บาท นอกจากการเข้าตรวจค้นและจับกุมทั้ง สองจุดสามารถตรวจยึดเอกสารสัญญา เงินกู้นอกระบบและสมุดรายชื่อลูกหนี้ และของกลางอื่นอีกเกือบ 20 รายการ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ถูกจับกุมทั้ง 5 คน นำเงินสดจากนาย ทุนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางมาให้ ผู้ประกอบการพ่อค้าและแม่ค้าในพื้นที่อำเภอตะพานหินและใกล้เคียงกู้ยืม พร้อมกับเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 บาทต่อวัน
นอกจากนี้หากลูกหนี้รายใดผิดนัดชำระก็จะถูกข่มขู่ด้วยวาจาหรือใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกาย เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว จึงควบคุมตัวส่งให้พนัก งานสอบสวน สภ.วังหว้า ดำเนินคดี
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ก็จับกุม นายพงษ์ธร อ่อนเชตุ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 หมู่ที่ 10 ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
ได้ที่บริเวณถนนตะพานหิน-บ้านป่าแดงใต้ ตำบลหนองพะยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยรถกระบะอีซูซุ สีขาว รุ่นดีแมคซ์ ทะเบียน บม 7326 ชัยภูมิ ขณะกำลังข่มขู่ ลูกหนี้ ตรวจค้นภายในรถพบเอกสารเงินกู้ และเงินสด 23,290 บาท และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ จึงนำตัว มาสอบสวนบันทึกจับกุมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร
จากการสอบสวนทราบว่านายพงษ์ธร เป็นเครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับนายทุนรายใหญ่ ที่ตั้งฐานปล่อยเงินกู้นอกระบบอยู่กลางตัวเมืองพิษณุโลก โดยปล่อยเงินกู้ให้ลูกหนี้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมายกำหนด และหากลูกหนี้รายไหนติดค้างหรือไม่จ่ายก็จะโทรศัพท์ข่มขู่
โดยระหว่างสอบสวนมีโทรศัพท์ลึกลับโทร.มายังศูนย์ดำรงธรรมตลอดเวลา อ้างว่าเป็นลูกน้องนายทหารชั้นผู้ใหญ่บ้าง เป็นนายตำรวจบ้าง เป็นทนายความบ้าง มาข่มขู่เจ้าหน้าที่ขอให้ปล่อยตัวนายพงษ์ธร
แต่เจ้าหน้าที่ไม่สนใจ ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.ตะพานหิน ดำเนินคดี
พร้อมสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อตามจับนายทุนที่คอยบงการให้ลูกน้องทำนาบนหลังผู้คนมาดำเนินคดี ให้ได้