สั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการเลยทีเดียว
สำหรับผลกระทบจากกรณีป้ารำขวานทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้าน
จากกรณีความขัดแย้งระดับบุคคล ถูกยกระดับเป็นเรื่องระดับชาติ เมื่อพบว่าต้นตอของเรื่องมาจากความอัดอั้นที่ต้องทนอยู่อาศัยร่วมกับตลาดถึง 5 แห่งมานานนับ 10 ปี
เผชิญสารพันปัญหา ทั้งขยะ เสียง กลิ่น การจอดรถขวางทางเข้า-ออก
ถึงขั้นบางครั้งไม่สบายต้องการออกไปหาหมอ ก็ออกไม่ได้ ต้องรอจนกว่าคนจอดรถขวางมาเลื่อนรถออกให้
บางครั้งนานนับชั่วโมง!??
ที่สำคัญเมื่อสาวลึกลงไปก็พบกับความจริงที่น่าตกตะลึง นั่นก็คือตลาดเหล่านี้ไม่มีใบอนุญาตทั้งสิ้น
ส่งผลให้เกิดคำถามว่าแล้วทำไมถึงเปิดมาได้นานร่วมสิบปี
มีเจ้าหน้าที่คนไหนรู้เห็นเป็นใจให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายเช่นนี้หรือไม่
แน่นอนการไปทุบทำลายรถยนต์ ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถูกดำเนินคดี
แต่เรื่องตลาดที่ผิดกฎหมายก็ปล่อยไว้ไม่ได้เช่นกัน

ตะลึงป้าขวานโหดทุบรถ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. ใกล้กับตลาดนัดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. เมื่อ น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี ขับรถปิกอัพนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีขาว ทะเบียน ฎค 9297 กทม. ไปจอดหน้าประตูบ้านเลขที่ 37/208 ก่อนลงจากรถไปซื้อของในตลาดนัด
ขณะนั้นก็มีคนกำลังจะออกจากบ้านไปธุระ แต่เมื่อเปิดประตูออกมาก็เจอรถจอดขวาง ทำให้เจ้าของรถบีบแตรไล่ดังสนั่น ส่งผลให้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของอยู่ที่ตลาดต่างหันมาให้ความสนใจ พร้อมสอบถามว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของรถ
และแล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อป้าเจ้าของบ้านคว้าขวานเข้ามาจามไปที่กระจกรถ ส่วนป้าอีกคนก็เอาเสียมมาทุบลงที่กระโปรงหน้ารถและกันชน สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้พบเห็น
เวลาผ่านไปอีกหลายนาที เจ้าของรถที่เพิ่งช็อปปิ้งสินค้ากลับมาเรียบร้อยก็มาถึงรถ แล้วก็เกิดวิวาทะระหว่างกัน โดยเจ้าของบ้านต่อว่าและสอบถามถึงจิตสำนึกในการจอดรถขวางประตูบ้านคนอื่น
ส่วนหญิงสาวเจ้าของรถก็ไม่ยินยอม เนื่องจากรถถูกทุบตี เสียหาย จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ
โดย พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า รับแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 6 พันบาท ซึ่งประเมินแล้วมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 หมื่นบาท โดยเตรียมจะออกหมายเรียกมารับข้อกล่าวหา และเตรียมแจ้งข้อหาพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

“ผู้เสียหายจอดรถขวางหน้าบ้านคนที่ทุบรถ จุดดังกล่าวห้ามจอดในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 11.00 น. จึงไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.จราจร แต่จอดขวางบ้านคนอื่น ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านจะแจ้งความร้องทุกข์ได้ ในข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท”
ขณะที่ น.ส.รชนิกร ระบุว่า ขับรถมาจากมหาชัยมาหาเพื่อน แล้วก็ขับรถมาตั้งใจจะไปซื้อของที่ตลาด แต่ไม่มีที่จอดรถ พยายามหาที่จอดรถข้างถนน จนมาเจอที่จอดดังกล่าวอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง คิดว่าเป็นบ้านร้างที่ถูกบังคับคดี เพราะติดป้ายไว้เยอะแยะ มีลวดสะลิงล็อกกุญแจ แต่ไม่ได้อ่านว่าป้ายเขียนอะไรบ้างเพราะเยอะ
เมื่อจอดแล้วก็ล็อกเกียร์ เพราะเป็นความเคยชิน จะได้ไม่มีใครมาเข็นหรือเคลื่อนรถเราได้ ยอมรับว่าผิดที่จอดขวางทางเข้าออกบ้านคนอื่น แต่ก็ไม่ควรจะทำแบบนี้กับรถเรา ส่วนกระแสข่าวว่า มีคนเสียชีวิตเพราะไปหาหมอไม่ทันเนื่องจากถูกจอดขวางหน้าบ้าน ก็เป็นคนละเรื่องกัน หลังจากนี้ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
เป็นคำชี้แจงของคนที่จอดรถขวาง

เปิดใจอัดอั้นมานาน 10 ปี
หลังจากตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเช้าวันที่ 20 ก.พ. น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ ที่ขับรถออกจากบ้าน ไม่ได้แล้วบีบแตรเรียก น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้เสียมตีหน้ากระจกรถ และ น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี ที่ใช้ขวานจามรถ ตั้งโต๊ะแถลงที่บ้านหลัง เกิดเหตุ
โดย น.ส.บุญศรี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุพยายามเลื่อนรถที่จอดขวาง บีบแตร โทร.แจ้งความแล้ว แต่ก็ไม่มีใครมา เราต้องการให้สิ่งกีดขวางนี้ออกไป คนจอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ คุณมากล่าวหาว่าบ้านร้างถูกบังคับคดีได้อย่างไร
วันเกิดเหตุสอบถามคนขับรถกระบะ เขาบอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยัง ซื้อของไม่เสร็จ แต่คุณกลับใส่เบรกมือ ทิ้งไว้ ทำได้อย่างไร เมื่อมาถึงก็เอาของ ใส่รถ แล้วยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดเรา เราเป็นคนที่พักอาศัย กรุณาอย่างสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมาย
ทุกคนยืนดูเรากดแตรตั้งนาน ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เราต้องปกป้องสิทธิของตัวเอง ถ้าเป็นบ้านคุณจะทำอย่างนี้เหรอ คนที่ยืนดูพวกตลาด ไม่มีใครสนใจเลย ก่อนที่จะทำ ได้ทำทุกอย่างแล้วมันเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ทำลงไป
ที่ผ่านมาตลอด 10 ปี เราต่อสู้กับอำนาจมืด เรามาอยู่ ในพื้นที่จัดสรรเพื่ออยู่อาศัย เดิมซื้อที่ดินนี้ ไม่มีตลาด แต่ต่อมามีตลาดทั้งซ้ายขวา มีเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ ฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน โดยผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนั้น ออกใบอนุญาตให้ ทั้งที่มีคำสั่งคุ้มครองจากศาล แล้วยังละเลยปล่อยให้มีตลาดขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้านหน้า ด้านข้างเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทางเสียง ควันรถ เดือดร้อนตลอดเวลา ไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อนของ ผู้อยู่อาศัย
ส่วนที่ต้องเอาสะลิงมาขวาง เพราะมีรถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน รถขนของหนักๆ ทำให้ประตูพัง
ความเดือดร้อนก็มีก่อนนี้ คุณแม่ไม่สบาย เป็นโรคปอด ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล แต่รถออกไม่ได้ ต้องไปนอน โรงพยาบาล จนเสียชีวิต เพื่อนบ้าน พ่อไม่สบาย ก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพื่อนบ้านอีกคน ตกบันไดขาหัก รถพยาบาลเข้าไม่ได้ ต้องลงไปกราบถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว
นอกจากนี้ยังมีปัญหา ทั้งเรื่องค่าไฟที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ พักผ่อนก็ไม่ได้พัก ต้องเผชิญกับปัญหาขยะที่เอามากองหน้าบ้าน เลขที่บ้านก็ถูกคนในตลาดนำไปใช้ วันดีคืนดีมีธนาคารส่งเอกสารมาให้ รู้สึกถูกคุกคาม อยู่แบบจิตตก
พร้อมตั้งคำถามถึงกทม. และเขตประเวศ ว่าทำไมถึงปล่อยให้มีตลาดมาอยู่ในย่านที่พักอาศัย แม้ศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองแล้วก็ตาม
ขยะใต้พรมก็ต้องถูกคุ้ยออกมา!!

บานหนัก-สั่งปิด 3 ตลาด
ต่อมาวันที่ 21 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร พร้อม นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมโทรศัพท์คุย กับ น.ส.บุญศรี เจ้าของบ้าน ซึ่งแสดงเจตจำนงให้รื้อถอน ตลาดรอบบ้านให้เร็วที่สุด เพราะได้รับผลกระทบทั้งกลิ่น เสียง ควัน
พร้อมตรวจสอบตลาดที่อยู่ใกล้เคียง 5 แห่ง ประกอบด้วยตลาดสวนหลวง ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง
ซึ่งพบว่าตลาดสวนหลวง ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตตั้งตลาด ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา ขออนุญาตก่อสร้างเชิงพาณิชย์ แต่ไม่ได้ขอตั้งตลาด และตลาดร่มเหลือง ไม่มีการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และจัดตั้งตลาด ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เข้าข่ายตลาดเถื่อน
โดยตลาดสวนหลวง ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ต้องยุติการขายทันทีภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ส่วนตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนราจะต้องขายสินค้าพาณิชย์เท่านั้น ห้ามมีของสดโดยเด็ดขาด
ด้านนายธนะสิทธิ์เปิดเผยว่า ตลาดก่อสร้างมา 10 ปี ทางเขตแก้ไขปัญหามาตลอด ตลาด 4 แห่งขออนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตทำตลาด แล้วมีการดำเนินคดีชั้นศาล ศาลมีคำสั่งคุ้มครองหน้าบ้านและรอบบ้านคุณป้า ก็ดูแลเรื่องนี้มาตลอด
แถมยังให้สัมภาษณ์ถึงทางออกของคุณป้าว่า “ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง เป็นผมก็จะเปิดบ้านขายของ หรือไม่ก็ไม่ขาย ที่ตรงนั้นราคาวาละแสนกว่าบาท ที่ของคุณป้า 2 ไร่ 800 ตารางวา เป็นเงินร้อยกว่าล้าน ผมไม่อยู่แล้ว”
เป็นคอมเมนต์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ขณะที่ป.ป.ช.ได้ตั้งกรรมการสอบสวน หากพบมีข้าราชการที่รู้เห็นเป็นใจ ประพฤติผิด หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น
ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
เรียกได้ว่าขวานที่ฟาดรถไปวันก่อน
สะเทือนทั้งแผ่นดินจริงๆ!!