ธานี ทวีเกิด
สันติ ประหร่ำภากรณ์
เรื่อง/ภาพ
ไม่มีใครรู้ว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา นางลัดดา ศรีวรนันท์ ใน วัย 48 ปี ต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเพียงใด จากการสูญเสีย นายอนันดา ศรีวรนันท์ หรือ “น้องต้าร์” ลูกชาย วัย 18 ปี ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ จากน้ำมือของวัยรุ่นอันธพาล ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกันมาก่อน
ปฐมบทของเรื่องราวความเศร้า เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2559 ขณะที่ นายอนันดา ศรีวรนันท์ หรือ “น้องต้าร์”อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับเพื่อนรวม 5 คน กำลังเดินไปซื้อของที่ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี
ระหว่างนั้นมีคนร้ายสองคนได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดด้านหลัง ก่อนที่คนซ้อนท้ายจะใช้มีดยาวแทงนายอนันดา จากด้านหลัง 3 ครั้งแล้วหลบหนีไป ซึ่งภาพวงจรปิดได้จับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้
ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจเมืองนนทบุรีตรวจสอบพบน้องต้าร์ถูกแทงเข้าที่บริเวณชายโครงขวา จำนวน 3 แผล ถูกนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบปากคำเพื่อนของผู้ตายที่เดินทางมาด้วยกันทราบว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน

bty
ชุดสืบสวนไล่เช็กวงจรปิดไม่นานก็ทราบว่าหนึ่งในคนร้ายชื่อ นายณัฐพล หรือ พี หรือ หิน สันทาลุนัย ซึ่งขณะนั้นอายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/14 หมู่ 6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวนดำเนินการขอหมายจับที่ 187/2559 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2559 จากศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่า ผู้อื่น และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร”
แต่ความพยายามในการติดตามตัวนั้นกลับไม่ประสบผล คดีจึงค้างคาอยู่นานถึง 2 ปี

กระทั่งนางลัดดาตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. จึงสั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายณัฐพลให้ได้โดยเร็ว
วันที่ 21 ก.พ. พ.ต.อ.อรุณ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.สรศักดิ์ แสงจันทร์ รองสว.กก.2 บก.ป. นำกำลังบุกไปจับกุมตัวนายณัฐพลได้ ขณะเจ้าตัวหลบหนีมารับจ้างเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งอยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 9 ต.ศรีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
เบื้องต้นสอบสวน นายณัฐพลให้การอ้างว่า วันเกิดเหตุดื่มสุรากับพวกรวม 5 คน ย่านถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ซอย 1 จนเมามาย แล้วมีอารมณ์อยากทะเลาะกับคนอื่น เห็นใครก็พร้อมอยากจะมีเรื่องด้วย จึงชักชวนเพื่อนชื่อ ติ๋มออกไปขี่รถจยย.หาเหยื่อ โดยตนเป็น ผู้ขับขี่
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายติ๋มบอกให้ตนหยุดรถ แล้วลงไปชักมีดที่พกมาวิ่งไปแทงนายอนันดาจนเสียชีวิต ทั้งๆ ที่ ไม่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อนัก จึงนำตัวส่งสภ. เมืองนนทบุรี รับช่วงสืบสวนขยายผลต่อ
11.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่สภ. เมืองนนทบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต. สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.นนทบุรี พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รองผบก. พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายสุทธิศักดิ์ หรือติ๋ม วรรณจักร อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งเอาไว้ได้ โดยมีนายอนันตชัย ศรีวรนันท์ และนางลัดดา ศรีวรนันท์ บิดามารดาของนายอนันดา หรือต้าร์ ศรีวรนันท์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิต ร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
พล.ต.ท.สุวัฒน์กล่าวว่า ที่ผ่านมานายณัฐพลหลบหนีตลอดเวลา ปิดการสื่อสารทุกอย่าง แม้กระทั่งงานศพพ่อยังไม่มาเผาเลย หลังถูกจับนายณัฐพลได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือแทง ส่วนคนแทงไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง รู้แต่เพียงว่าใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า “ติ๋ม อันแบน”
ตร.ตรวจสอบจนทราบชื่อจริงว่า นายสุทธิศักดิ์ วรรณะจัก และหลบซ่อนตัวอยู่แถวบ้านพักย่านบางกรวย จึงนำตัวมาสอบสวน ตอนแรกนายสุทธิศักดิ์ให้การปฏิเสธ แต่พยานชี้ยืนยันว่านายสุทธิศักดิ์เป็นคนลงมือใช้อาวุธมีดแทง จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ
ขณะที่พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่า นายณัฐพลและนายสุทธิศักดิ์สองผู้ต้องหาให้การว่ามีอาการมึนเมาเนื่องจากดื่มน้ำอัดลมผสมกับตัวยาชนิดหนึ่ง ที่กลุ่มวัยรุ่นจะเรียกกันว่า “ยาโปร”จนควบคุม ตัวเองไม่ได้ จึงได้เดินเข้าไปใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจำนวน 3 ครั้ง เมื่อเพื่อนผู้ตายจะเข้ามาช่วย นายสุทธิศักดิ์ใช้อาวุธมีดข่มขู่ก่อนจะหลบหนีไป
ส่วนนางลัดดากล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่ติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายลูกชายตน ตนเลี้ยงลูกมาด้วยความรักและเอาใจใส่ ทะนุถนอม
“ลูกชายสอบเข้าเทคโนฯพระจอม เกล้าได้ จะไปรายงานตัววันที่ 22 มี.ค. แต่ต้องมาเสียชีวิตก่อนเพียงวันเดียว หัวอกคนเป็นแม่ต้องทุกข์ทรมานใจ มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา”นางลัดดาเผยความรู้สึก